THAILAND
อบต.น้ำอ้อม-สสส.คิกออฟด่านปากหวาน นำร่อง20ผู้นำชุมชน/หมู่บ้าน
ศรีสะเกษ-อบต.น้ำอ้อม ผนึก สสส. คิกออฟ “ด่านปากหวาน” นำร่อง 20 ผู้นำชุมชน/หมู่บ้าน ปฏิญาณตนสวมหมวกนิรภัย 100% ทลายพฤติกรรมเสี่ยงถึงหน้าบ้าน พร้อมชูโมเดลวิเคราะห์เจาะลึกระดับครัวเรือน เน้นปฏิบัติจริงไม่ใช่เพียงแค่การจัดอีเวนต์รณรงค์
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่ห้องประชุม อบต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน “น้ำอ้อมร่วมใจ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจหมวกนิรภัย 100%” พร้อมร่วมเปล่งปฏิญาณตนและลงลายมือชื่อบนป้ายเจตนารมณ์ขนาดใหญ่ เพื่อประกาศตัวเป็น “ผู้นำต้นแบบ” ในการสวมหมวกนิรภัยและคาดเข็มขัดนิรภัย 100% ทุกครั้งที่ขับขี่ โดยมี นายทวี บุญชิต นายก อบต.น้ำอ้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานิน กฤติยะโชติ หัวหน้าหน่วยจัดการ สสส. (Node Flagship) จังหวัดศรีสะเกษ นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ สมาชิกสภา อบต.น้ำอ้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

นายทวี บุญชิต นายก อบต.น้ำอ้อม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) อบต.น้ำอ้อม เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ว่า ในฐานะคณะผู้บริหารชุดใหม่ เราตระหนักดีว่าสถิติอุบัติเหตุในพื้นที่ที่พุ่งสูงขึ้น เป็นปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตที่รอไม่ได้ เราจึงร่วมกับ สสส. นำร่องใช้กลไก “ด่านชุมชนปากหวาน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ จ.ศรีสะเกษ มาใช้ตักเตือนลูกหลานด้วยความรัก แทนการมุ่งเน้นแต่การจับปรับ วันนี้เรายกระดับไปอีกขั้นด้วยการมอบ “แผนติดตามการสวมหมวกนิรภัยรายครัวเรือน” ให้ผู้ใหญ่บ้านกุดปลาขาว (หมู่บ้านนำร่อง) เพื่อนำข้อมูลจากการตั้งด่านไปวิเคราะห์และเดินเคาะประตูบ้านพูดคุยเจาะลึกเป็นรายบุคคล แต่ก่อนที่เราจะไปเตือนชาวบ้าน ผู้นำทั้ง 20 คน ที่ลงนามในวันนี้ ต้องทำให้เห็นเป็นแบบอย่างก่อนว่า เราเอาจริง และเราใส่ใจความปลอดภัย 100%
ด้าน จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้กล่าวชื่นชมและมอบนโยบายในพิธีเปิดว่า อ.กันทรลักษ์ และจ.ศรีสะเกษ สูญเสียทรัพยากรบุคคลไปกับอุบัติเหตุทางถนนจำนวนมาก การที่ อบต.น้ำอ้อม ลุกขึ้นมาบูรณาการผู้นำทุกภาคส่วนในวันนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานที่น่าชื่นชม สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำคือ แฟ้มแผนติดตามรายครัวเรือนที่ผมได้ส่งมอบให้ผู้ใหญ่บ้านนำร่องในวันนี้ ไม่ใช่การมอบภาระทางเอกสาร แต่คือการมอบ “เครื่องมือช่วยชีวิต” ทางอำเภอพร้อมให้การสนับสนุนกลไกนี้อย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากติกาชุมชนของน้ำอ้อม จะกลายเป็น “ศรีสะเกษโมเดล” ที่ขยายผลไปสู่ อปท. อื่นๆ ทั่วทั้งอำเภอ

ส่วน ดร.ชญานิน กฤติยะโชติ หัวหน้าหน่วยจัดการ สสส. (Node Flagship) จังหวัดศรีสะเกษ ได้วิเคราะห์ถึงความโดดเด่นของโมเดลนี้ว่า การขับเคลื่อนของ ศปถ.อบต.น้ำอ้อม ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการทำงานชุมชนสู่ความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม (Data-Driven Approach) เราไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดอีเวนต์รณรงค์ แต่เรากำลังสร้างนวัตกรรมทางสังคมผ่านกลไก “แผนติดตามรายครัวเรือน” ข้อมูลดิบที่แกนนำจัดเก็บจากการลงพื้นที่ด้วยตนเอง จะถูกนำมาประมวลผลผ่านโปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติ เพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปรและปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บในพื้นที่อย่างแม่นยำ
บทบาทของ สสส. คือการหนุนเสริมโครงสร้างทางวิชาการนี้ให้ชุมชนจัดการตนเองได้ การที่ผู้นำชุมชนลงมือปฏิบัติการเคาะประตูบ้านด้วยตนเอง สะท้อนภาพลักษณ์การทำงานแบบมืออาชีพที่พิถีพิถันในการแก้ปัญหา ซึ่งข้อมูลและผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากบ้านกุดปลาขาว จะเป็นฐานทุนทางสถิติที่สำคัญมากในการต่อยอดขอรับงบประมาณจากแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 9 หมู่บ้านในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ในวันนี้ ถือเป็นจุดสตาร์ทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายบนแผ่นกระดาษ สู่การปฏิบัติจริงที่หน้าบ้าน หากกติกาชุมชนของบ้านกุดปลาขาวสามารถขับเคลื่อนให้สถิติการสวมหมวกนิรภัยบรรลุเป้าหมาย 100% ได้สำเร็จ ต.น้ำอ้อม จะก้าวขึ้นเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนน ที่พร้อมส่งต่อวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ให้กับชุมชนทั่วประเทศต่อไป.
บุญทัน ธุศรีวรรณ // รายงาน
