TECH & AI

เน็ตแอพเปิดตัวEF-Seriesรุ่นใหม่รองรับ การประมวลผลขั้นสูงAI, HPC/ฐานข้อมูล



กรุงเทพฯ ประเทศไทย 18 มีนาคม 2026 – เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัว ระบบจัดเก็บข้อมูล EF-Series รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลของข้อมูลขนาดใหญ่ที่เน้นประสิทธิภาพสูง การเปิดตัว EF50 และ EF80 จะช่วยให้บริษัทและ Neoclouds สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่กำลังเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI), การประมวลผลสมรรถนะสูง (High Performance Computing: HPC) และฐานข้อมูลธุรกรรม รวมไปถึงรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น คลาวด์ AI ภายใต้อธิปไตยทางข้อมูล (sovereign AI clouds) และอุตสาหกรรมการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ซันดีป สิงห์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบจัดเก็บข้อมูลองค์กรของ NetApp กล่าวว่า “ข้อมูลคือองค์ประกอบสำคัญในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้กับองค์กร และเป็นรากฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเวิร์กโหลดที่ต้องใช้สมรรถนะสูง เช่น AI หรือฐานข้อมูล ในขณะที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และแอปพลิเคชันที่เน้นการประมวลผลประสิทธิภาพสูง เช่น การฝึกฝนโมเดล AI, การอนุมานผลของ AI และการประมวลผลสมรรถนะสูง องค์กรจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่มอบทั้งความเร็ว ความสามารถในการขยายระบบ และความคุ้มค่า โดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการจัดการ เน็ตแอพจึงนำเสนอพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร รองรับทุกกระบวนการของ AI Data Pipeline ตั้งแต่การรวบรวมและเตรียมข้อมูล ไปจนถึงการป้อนข้อมูลเข้าสู่โมเดล GenAI เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ ด้วยระบบ EF-Series รุ่นใหม่ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานที่ต้องการสมรรถนะขั้นสูง เรากำลังช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับใช้และขยายขอบเขตงานที่ต้องการความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง (High-throughput) และมีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน ยังช่วยลดการใช้พื้นที่ในดาต้าเซ็นเตอร์และลดภาระด้านการบริหารจัดการระบบอีกด้วย”

จากการทำงานร่วมกันของระบบไฟล์แบบขนาน หรือ Parallel File Systems (PFS) ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง Lustre หรือ BeeGFS ทำให้ EF50 และ EF80 รุ่นใหม่ สามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผลแบบจำลอง HPC พร้อมเสริมศักยภาพให้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPUs) ทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลชั่วคราวประสิทธิภาพสูง ช่วยให้องค์กรปลดล็อกมูลค่าใหม่และความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กรได้อย่างคุ้มค่า กลุ่มลูกค้าทั้งผู้ให้บริการ Neocloud ด้วยเทคโนโลยี AI ไปจนถึงสตูดิโอภาพยนตร์ที่ต้องบริหารจัดการคลังสื่อขนาดใหญ่จะไม่เพียงแต่ได้รับผลประโยชน์จากประสิทธิภาพและความสามารถในการรองรับการขยายตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเพื่อรักษาข้อมูลสำคัญและป้องกันการสูญหายของข้อมูลอีกด้วย

ระบบจัดเก็บข้อมูล EF-Series รุ่นใหม่ สามารถรองรับการอ่านข้อมูลได้มากกว่า 110 กิกะไบต์ต่อวินาทีและความเร็วในเขียนข้อมูลมากถึง 55 กิกะไบต์ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 250% ด้วยประสิทธิภาพด้านพลังงานที่ 63.7 กิกะไบต์ต่อวินาที ต่อกิโลวัตต์ พร้อมความจุในการจัดเก็บข้อมูลมากถึง 1.5 เพตะไบต์ด้วยตัวเครื่องขนาดเพียง 2U ระบบใหม่นี้จึงเพิ่มความมั่นใจให้แก่องค์กรทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความเสถียร และความคุ้มค่าด้านพื้นที่ติดตั้งในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งระบบจัดเก็บข้อมูล EF-Series รุ่นใหม่นี้สามารถช่วยให้องค์กรสามารถ:

  • บรรลุประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล พร้อมทั้งรองรับการขยายตัวของระบบ โดยที่ยังคงรักษาความเร็วและเสถียรภาพในการเข้าถึงข้อมูลไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
  • จัดสรรงบประมาณให้สมดุลกับความต้องการด้านสมรรถนะสูงเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ลดปัญหาความซับซ้อนในการบริหารและจัดการด้วยระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบบล็อก (Block Storage) ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมการวางระบบที่คล่องตัว และการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของเน็ตแอพ

เคลย์ตัน ไวพอนด์ หัวหน้าสถาปนิกด้านโซลูชันอาวุโสจาก CDW กล่าวว่า "ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการนำข้อมูลที่มีอยู่ออกมาใช้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบ NetApp EF-Series รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ มอบทั้งความเร็วในการรับส่งข้อมูล และความจุที่หลายภาคธุรกิจต้องการ เพื่อขยายขอบเขตงานที่มีสมรรถนะสูง ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกและผลลัพธ์ทางธุรกิจที่มีคุณค่า”

ซูมีต อโรรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Teradata กล่าวว่า “ระบบ EF-Series ของเน็ตแอพสามารถมอบประสิทธิภาพด้านการจัดเก็บข้อมูลที่ Teradata ต้องการ เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่ต้องใช้ประสิทธิภาพที่สูงเป็นพิเศษของเรา โดยเราชื่นชมที่เน็ตแอพยังคงเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของโมเดลใหม่นี้ เราหวังว่าจะได้ต่อยอดโอกาสที่จะลดความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนด้าน AI และการปรับระบบข้อมูลให้ทันสมัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าของเราให้ความสำคัญ”

“การที่เน็ตแอพสามารถพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลสมรรถนะสูงที่รองรับระบบไฟล์แบบขนานอย่าง Lustre และ BeeGFS ทำให้เน็ตแอพเริ่มมีบทบาทที่ชัดเจนในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น Neocloud ซึ่งกำลังขยายตัวเพื่อรองรับยุค AI” ไซมอน โรบินสัน Principal Analyst จาก Omdia กล่าว “งานวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่า เวิร์กโหลดด้าน AI ต้องการสมรรถนะดิบในระดับที่เวิร์กโหลดทางธุรกิจทั่วไปยังไม่อาจเทียบได้ และด้วยระบบ EF-Series รุ่นใหม่นี้ เน็ตแอพได้มอบโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพของโครงการ AI ขนาดใหญ่ได้อย่างตรงจุด ทั้งในการฝึกโมเดลและการประมวลผลเพื่อการอนุมาน”

EF-Series รุ่นอัปเกรดใหม่นี้ ต่อยอดมาจากความทนทานและความน่าเชื่อถือที่เน็ตแอพสั่งสมมาหลายทศวรรษ พร้อมยอดการติดตั้งใช้งานจริงกว่า 1 ล้านเครื่อง ซึ่งพิสูจน์ถึงความสำเร็จที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง