IN NEWS

ผลโหวตนายกฯ‘อนุทิน’นั่งนายกฯตามโผ เสียงพรรคร่วมปึ้กเทให้293:119คะแนน



กรุงเทพฯ-มติที่ประชุมสภาฯวันนี้ 19 มี.ค. 69 ผลโหวตเลือกนายกฯ "อนุทิน ชาญวีรกูล" คว้าชัยชนะท่วมท้นนั่งนายกฯคนที่ 32 สมัยที่ 2 ได้เสียงเห็นชอบเกินก่งหนึ่งจากพรรคร่วมรัฐบาลสรุปมติที่ประชุมสภาฯ ผลโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้เสียงเห็นชอบท่วมท้น

โดยในวันนี้ (19 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ห้องประชุมสุริยัน) ชั้น 2 อาคารรัฐสภา

เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 โดยบรรยากาศภายในรัฐสภาเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนทั่วประเทศถึง ผลโหวตนายกฯ ในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ขั้นตอนการโหวตนายกฯ ตามกฎหมาย กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ดำเนินไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญดังนี้: การเสนอชื่อ: แคนดิเดตต้องมาจากพรรคที่มี สส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 (25 ที่นั่ง) และต้องมี สส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมด (50 คนขึ้นไป)

เกณฑ์การตัดสิน: ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (ปัจจุบันมี 499 คน ดังนั้นต้องได้ตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป)

สรุปผลโหวตเลือกนายกฯล่าสุด

เห็นชอบ : นายอนุทิน ชาญวีรกูล 293 เสียง (เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ)

เห็นชอบ : นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 119 เสียง

งดออกเสียง :86 เสียง

องค์ประชุมทั้งหมด : 498 เสียง

สรุปแล้ว มติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบชื่อนายอนุทิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นสมัยที่ 2 (เนื่องจากเป็นการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจึงไม่นับเป็นคนที่ 33)

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวในที่ประชุมสภาฯก่อนเริ่มกระบวนการโหวตนายกฯภายหลังได้รับการเสนอชื่อเพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันความพร้อมในการบริหารประเทศด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย พร้อมย้ำชัด สส. ทุกคนคือตัวแทนปวงชนชาวไทยที่มีเสียงเท่ากัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสมาชิกผู้แทนราษฎรที่ได้เสนอชื่อให้ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  “ขอยืนยันว่า ไม่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคใดจะลงคะแนนสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ในหัวใจของผม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคือ ผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงของทุกท่านดังเท่าเทียมกัน และผมพร้อมน้อมรับคำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อนำไปปฏิบัติ หากได้รับโอกาสทำหน้าที่บริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล”

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำงานอย่างสุดกำลังความสามารถร่วมกับผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคนเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขสูงสุดต่อประเทศไทย และต่อพี่น้องประชาชน และจะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใด ๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

“ตั้งแต่ได้พบกันในสภาแห่งนี้ ถือว่าสมาชิกทุกท่านเป็นมิตรและเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเป้าหมายร่วมกัน คือประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมและรัฐบาลจะให้การสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกับรัฐสภาแห่งนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความเคารพต่อการตัดสินใจของผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกท่าน และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นประการใด ขอน้อมรับการตัดสินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังขอบคุณทุกเสียงที่มอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งขอบคุณข้าราชการและพี่น้องประชาชนที่ทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ ถึงแม้ว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุเป้าหมายในหลายด้าน และถึงแม้ว่าในขณะนี้ยังมีปัญหาที่จะต้องแก้ไขกันต่อไป มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย รัฐบาลจะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้อัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งโอกาศเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา มาเป็นแนวทางในการทำงาน โดยเน้นย้ำเรื่องความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด เพื่อให้การดำเนินงานในสภาฯ เป็นไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ

ในช่วงท้าย นายอนุทินได้กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าแม้รัฐบาลที่ผ่านมาจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นครั้งแรกในรัฐสภา แต่ก็สามารถขับเคลื่อนประเทศจนบรรลุเป้าหมายในหลายด้าน และหากได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ตนและคณะรัฐมนตรีพร้อมจะสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ และมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

“ไม่ว่าผลการตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ผมขอน้อมรับด้วยความเคารพ และขอขอบคุณทุกแรงใจทั้งจากข้าราชการและพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้บริหารราชการแผ่นดินมาโดยตลอด” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย