IN NEWS
ศบก.สรุปสถานการณ์ตอ.กลางใน19มี.ค.นี้ พาณิชย์ยันเอาอยู่ราคาสินค้า'กทม.-ตจว.'
กรุงเทพฯ-รัฐบาลติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางใกล้ชิด เร่งช่วยเหลือคนไทย บริหารจัดการพลังงาน และดูแลค่าครองชีพประชาชน
วันนี้ (วันที่ 19 มีนาคม 2569) เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงข่าวความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมีนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ร่วมชี้แจง
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและมีแนวโน้มขยายวง โดยมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน กาตาร์ ยูเออี และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ โดยมีรายงานว่าเลบานอนยังคงถูกโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนโดยอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะโรงงานก๊าซธรรมชาติในแหล่งเซาท์พาร์สของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอิหร่าน ได้ประกาศจะตอบโต้และขยายเป้าหมายไปยังโครงสร้างพลังงานในประเทศอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งมีรายงานยืนยันการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกระทรวงกิจการข่าวกรองของอิหร่านจากการโจมตีดังกล่าว
กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ของท่าน นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟว่าได้รับแจ้งจากทางการอิสราเอล ยืนยันการเสียชีวิตของบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเป็นแรงงานภาคเกษตร 1 ราย เมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ดำเนินการติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้วโดยกระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับกระทรวงแรงงานและทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องรวมทั้งติดตามสิทธิประโยชน์และค่าชดเชยของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนเรื่องมาตรการความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนไทยในอิสราเอลมาโดยตลอด
ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทย นายปาณิดล กล่าวว่า คนไทยในอิหร่าน 2 คน ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้าวันนี้ ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดา อับบาส ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยมีกำหนดเดินทางออกจากอิหร่านข้ามพรมแดนไปยังตุรกีในวันที่ 23 มีนาคม 2569 ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับขอให้รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานโดยเร็วที่สุด และขอให้คนไทยในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด โดยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่มายังประเทศไทยหรือประเทศที่สามแล้วรวม 1,173 คน
ด้านนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรอง 5,060 ล้านลิตร หรือประมาณ 41 วัน และเมื่อรวมปริมาณน้ำมันระหว่างทางและที่ยืนยันการนำเข้าแล้วอีก 7,396 ล้านลิตร หรือประมาณ 59 วัน ทำให้มีน้ำมันสำรองรวมประมาณ 100 วัน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่สำรวจสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศจำนวน 2,649 แห่ง ในช่วงวันที่ 15 – 17 มีนาคม 2569 พบว่า มีสถานีบริการปิดชั่วคราว 241 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 9.1 เปิดให้บริการแต่น้ำมันบางชนิดหมดหรือใกล้หมด 1,912 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 72.2 และเปิดให้บริการปกติ 496 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 18.7 โดยสาเหตุหลักเกิดจากข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ไม่ทันต่อความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา
กระทรวงพลังงาน จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร เพื่อผ่อนผันมาตรการด้านการขนส่ง ให้สามารถขนส่งน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเพิ่มเที่ยวรถขนส่งน้ำมัน และเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการให้รวดเร็วขึ้น รวมถึงอยู่ระหว่างออกประกาศตามมาตรา 8 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลด้านราคา และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น B10 B20 และ E20 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงานและลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล โดยยืนยันว่าการจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศยังเป็นไปตามปกติ
ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ราคาพลังงานโลกจะมีความผันผวน แต่รัฐบาลยังสามารถควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้ ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มควบคุม โดยตลาดสดในกรุงเทพมหานคร พบว่า เนื้อสุกร อาหารทะเล ถุงพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนปรับสูงขึ้น แต่ผู้ค้าร่วมกับพาณิชย์ ช่วยตรึงราคาระดับเดิม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
กระทรวงพาณิชย์เน้นย้ำว่า ในระดับพื้นที่จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอและช่วยกันบริโภคอย่างพอเหมาะพอควร หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรมสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายโดยทันที
