OPINION

คอคอดดิจิทัลของโลก: หากอิหร่านตัด สายเคเบิลฮอร์มุซ   โดย:  ฟอนต์  สีดำ



บทนำ: เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของโลกถูกผูกไว้กับเส้นใยใต้ทะเล

ในโลกยุคดิจิทัลที่มนุษย์เชื่อว่าการสื่อสารไร้สายและระบบคลาวด์ได้ทำให้พรมแดนทางภูมิศาสตร์หมดความหมาย ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำกลับสวนทางโดยสิ้นเชิง—อินเทอร์เน็ตโลกกว่า97% ยังคงพึ่งพาสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเลซึ่งทอดยาวเชื่อมโยงทวีปต่าง ๆ เข้าด้วยกันและในเครือข่ายอันซับซ้อนนี้ “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz) มิได้เป็นเพียงเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก หากยังเป็น “คอคอดดิจิทัล” ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างยุโรป ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไว้ด้วยกัน

คำถามที่กำลังถูกตั้งขึ้นในเวทีโลกท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คืออิหร่านสามารถ “ปิดอินเทอร์เน็ตโลก” ได้จริงหรือไม่ หากตัดสายเคเบิลใต้ทะเลในฮอร์มุซ?

1. โครงสร้างอินเทอร์เน็ตโลก: สิ่งที่มองไม่เห็นแต่สำคัญที่สุด

แม้ภาพจำของอินเทอร์เน็ตจะถูกเชื่อมโยงกับดาวเทียมหรือเครือข่ายไร้สาย แต่ในความเป็นจริง โลกทั้งใบกำลังพึ่งพา “สายเคเบิลใต้ทะเล” อย่างมหาศาลสายเคเบิลเหล่านี้ทำหน้าที่ส่งข้อมูลระหว่างทวีปรองรับธุรกรรมทางการเงินระดับโลกนับล้านล้านดอลลาร์ต่อวันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบ AI, Cloud และเศรษฐกิจดิจิทัล

ความเปราะบางของระบบนี้อยู่ที่ธรรมชาติของมันเอง
สายเคเบิลเหล่านี้สามารถถูกทำลายได้จากเหตุการณ์ง่าย ๆ เช่น สมอเรือ การประมง หรือภัยธรรมชาติ ไปจนถึงการก่อวินาศกรรมโดยรัฐหรือกลุ่มติดอาวุธและเมื่อพิจารณาว่า “จุดผ่าน” ของสายเคเบิลจำนวนมากถูกบีบอัดอยู่ในพื้นที่แคบ เช่น ทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ความเสี่ยงจึงทวีคูณขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2. ฮอร์มุซและทะเลแดง: จุดยุทธศาสตร์ของทั้งน้ำมันและข้อมูล

ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามีสายเคเบิลจำนวนมากพาดผ่านทะเลแดง (อย่างน้อย 17 เส้น) ซึ่งรองรับข้อมูลระหว่างยุโรป-เอเชีย-แอฟริกาช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศในอ่าวเปอร์เซียในเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งสองพื้นที่นี้จึงเป็น “คอขวด” (chokepoint)ของโลกดิจิทัลเมื่อสงครามหรือความตึงเครียดเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงราคาน้ำมัน แต่ลามไปถึงการสื่อสารระหว่างประเทศ, ระบบธนาคาร, โครงสร้างพื้นฐาน AI , เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกรายงานระบุว่าในปี 2026 ทั้งทะเลแดงและฮอร์มุซได้กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงจนแทบเป็น “เขตห้ามเข้า” สำหรับการซ่อมบำรุงสายเคเบิล

3. สมมติฐานการ “ตัดอินเทอร์เน็ตโลก”: ความเป็นจริงหรือภาพลวง

คำถามสำคัญคือหากอิหร่านตัดสายเคเบิลในฮอร์มุซจริง โลกจะดับลงหรือไม่?

3.1 ข้อเท็จจริง: ระบบอินเทอร์เน็ตมีความยืดหยุ่น

แม้สายเคเบิลจะสำคัญ แต่ระบบอินเทอร์เน็ตถูกออกแบบให้มี “เส้นทางสำรอง” (redundancy)หากสายหนึ่งขาด ระบบจะ reroute ไปยังเส้นอื่นความเร็วอาจลดลง แต่ระบบยังคงทำงานนักวิเคราะห์ยืนยันว่าแม้เกิดความเสียหายขนาดใหญ่ยุโรปและเอเชียจะยังคงเชื่อมต่อกันได้ แม้ประสิทธิภาพลดลง

3.2 แต่ความเสี่ยงยังคงรุนแรง

อย่างไรก็ตาม การตัดสายเคเบิลหลายเส้นพร้อมกันสามารถก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่นอินเทอร์เน็ตช้าลงอย่างมีนัยสำคัญระบบการเงินสะดุดการสื่อสารทางทหารได้รับผลกระทบ

และในบางภูมิภาค เช่น ตะวันออกกลางหรือเอเชียใต้อาจเกิด “การตัดขาดชั่วคราว” ได้จริง

3.3 ความท้าทายในการซ่อมแซม

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการซ่อมสายเคเบิลในเขตสงครามแทบเป็นไปไม่ได้ซึ่งหมายความว่า หากเกิดการโจมตีจริงผลกระทบอาจยืดเยื้อเป็นสัปดาห์หรือเดือน

4. อิหร่านกับ “อำนาจดิจิทัล”: จากการปิดอินเทอร์เน็ตภายในสู่เวทีโลก

อิหร่านมีประวัติในการควบคุมอินเทอร์เน็ตภายในประเทศเคยปิดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อควบคุมสถานการณ์ภายในพัฒนา “อินทราเน็ตแห่งชาติ” เพื่อควบคุมข้อมูลในเชิงยุทธศาสตร์อินเทอร์เน็ตจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเศรษฐกิจแต่เป็น “อาวุธทางอำนาจรัฐ”นักวิชาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ไซเบอร์ชี้ว่า
ประเทศสามารถใช้โครงสร้างเครือข่าย เช่น BGP หรือโครงสร้างสายเคเบิลเป็นเครื่องมือในการควบคุมข้อมูลและอิทธิพลระดับภูมิภาค

5. ความเป็นไปได้ทางทหาร: การโจมตีสายเคเบิลทำได้จริงหรือไม่

การโจมตีสายเคเบิลใต้ทะเลไม่ใช่เรื่องใหม่รูปแบบความเสี่ยงประกอบด้วยการใช้ทุ่นระเบิดหรือโดรนใต้น้ำ

การลากสมอเรือโดยเจตนาการโจมตีผ่านตัวแทน (proxy groups) ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการตัดสายเพียงเส้นเดียวสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อระบบเศรษฐกิจโลกได้ทันทีและในบริบทของสงครามโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้กำลังกลายเป็น “เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์” อย่างชัดเจน

6. มิติทางเศรษฐกิจ: เมื่อข้อมูลคือเส้นเลือดของโลก

ผลกระทบของการตัดสายเคเบิลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปแต่รวมถึงตลาดหุ้นธุรกรรมระหว่างประเทศระบบโลจิสติกส์โครงสร้าง AI และ Cloud ในโลกที่เศรษฐกิจพึ่งพาข้อมูล“Latency เพียงไม่กี่มิลลิวินาที” ก็อาจสร้างความเสียหายมหาศาลดังนั้น หากฮอร์มุซถูกปิดผลกระทบจะขยายจาก “ภูมิภาค” ไปสู่ “ระดับโลก” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

7. บทสรุป: โลกดิจิทัลที่ยังคงเปราะบาง

แม้อิหร่านจะไม่สามารถ “ปิดอินเทอร์เน็ตโลก” ได้อย่างสมบูรณ์แต่ก็สามารถสร้างความปั่นป่วนระดับภูมิภาค

ลดประสิทธิภาพของระบบโลกและสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรุนแรงในโลกที่ดูเหมือนไร้พรมแดนความจริงกลับถูกผูกไว้กับ “จุดคอขวดทางภูมิศาสตร์” เพียงไม่กี่แห่งและช่องแคบฮอร์มุซคือหนึ่งในนั้น

บทส่งท้าย: สงครามยุคใหม่—เมื่อสายใยข้อมูลกลายเป็นสมรภูมิ

สงครามในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสนามรบหรืออาวุธนิวเคลียร์แต่ขยายไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น”สายเคเบิลใต้ทะเลศูนย์ข้อมูลและเครือข่ายดิจิทัลกำลังกลายเป็น “เส้นเลือด” และในขณะเดียวกันก็เป็น “จุดอ่อน” ของอารยธรรมมนุษย์คำถามที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครสามารถตัดอินเทอร์เน็ตได้

แต่คือโลกพร้อมเพียงใด หากเส้นใยเหล่านั้นถูกตัดจริง

แหล่งอ้างอิง

  1. The CSR Journal – Can Iran Shut Down the Global Internet by Cutting Hormuz Undersea Cables?
  2. Rest of World (2026) – US-Iran war and submarine cable risks
  3. ABHS (2026) – Undersea cables and global internet infrastructure
  4. Economic Times (2026) – Hormuz risks to subsea cables
  5. Eurasia Review (2025) – Vulnerability of submarine cables
  6. Cyfirma (2024) – Resilience of global internet networks
  7. Sify Tech (2026) – Impact on India’s internet connectivity
  8. Special Eurasia (2026) – Maritime geopolitical risks
  9. Academic: Salamatian et al. – Geopolitics of internet routing