THAILAND
นายกส.ฌาปนกิจฯออมทรัพย์ครูโคราช ย้ำฐานะการเงินมั่นคงตรวจสอบได้
นครราชสีมา-“นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา” สร้างความเชื่อมั่นสมาชิก ย้ำฐานะการเงินมั่นคง โปร่งใส ตรวจสอบได้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2568 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด โดยมี นายชูเกียรติ ฉายพิมาย นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา นายสมศักดิ์ จักสาร เหรัญญิก นายจำรัส บุญเชื่อง อุปนายกสมาคม คนที่ 1 นายเดชชาย พ่อพิมาย อุปนายกสมาคม คนที่ 2 นายพรชัย คมพยัคฆ์ คณะกรรมการและนายทะเบียน นายถิรายุ ปิดตาละเพ กรรมการและเลขานุการ นายนนทรัฐ ขจีกุล นายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ และสมาชิกเข้าร่วมประชุม จำนวน 163 คน ครบองค์ประชุม
สมาคมได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2517 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2537 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือการจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งถึงแก่ความตาย ปัจจุบัน ณ วันที่ 1 กันยายน 2568 มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 23,781 คน มีทุนสะสม 26,858,487.03 บาท บริหารงานสมาคมภายใต้พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ข้อบังคับ และระเบียบสมาคม โดยคณะกรรมการจำนวน 15 คน ภายใต้คำขวัญ “ชีวิตมีค่า ทายาทได้พึ่ง ช่วยเหลือทั่วถึง ส.ส.นม.”
นายชูเกียรติ ฉายพิมาย นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวเกี่ยวกับสหกรณ์และการฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ สมาคมขอยืนยันต่อสมาชิกทุกคนว่า การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปด้วยความมั่นคง โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยมีระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นองค์กรลักษณะกึ่งราชการ มีการประชุม ตรวจสอบ และรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณต่อที่ประชุมทุกปี
นายชูเกียรติกล่าวว่า ก่อนการใช้จ่ายงบประมาณทุกครั้ง สมาคมจะต้องจัดทำแผนงบประมาณเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ และเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณจะมีการรายงานผลการดำเนินงาน รายรับ รายจ่าย และเงินคงเหลืออย่างละเอียด เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมา การบริหารงบประมาณไม่เคยเกินกรอบที่กำหนด และในปีนี้ยังมีเงินเหลือสะสมประมาณ 800,000 บาท อีกทั้งยังมีเงินกองทุนฝากไว้กับสหกรณ์ ซึ่งได้รับดอกเบี้ยปีละกว่าหนึ่งล้านบาท สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินของสมาคมได้เป็นอย่างดี
พร้อมกันนี้ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกกว่า 23,000 คน การเรียกเก็บเงินสงเคราะห์จะเรียกเก็บตามจำนวนผู้เสียชีวิตจริงในแต่ละเดือน ในอัตราศพละ 20 บาท หากเดือนไหนไม่มีผู้เสียชีวิต สมาชิกก็ไม่ต้องชำระเงิน แต่หากมีจำนวนผู้เสียชีวิตมาก สมาคมจะพิจารณาบริหารการเรียกเก็บให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่สมาชิกมากจนเกินไป
ในกรณีสมาชิกเสียชีวิต สมาคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์เบื้องต้นงวดแรก จำนวน 70,000 บาท เพื่อให้ครอบครัวนำไปใช้จัดการศพ จากนั้นเมื่อเรียกเก็บเงินจากสมาชิกครบแล้ว จะจ่ายเงินสงเคราะห์เพิ่มเติมในงวดที่สอง โดยแต่ละรายจะได้รับเงินรวมเฉลี่ยประมาณ 400,000-460,000 บาท ทั้งนี้ จำนวนเงินอาจเปลี่ยนแปลงตามจำนวนสมาชิกของสมาคม ซึ่งแนวโน้มปัจจุบันยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายชูเกียรติกล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมยังได้เตรียมขยายโอกาสการรับสมัครสมาชิก โดยเสนอปรับเพิ่มอายุผู้สมัครจากเดิมไม่เกิน 50 ปี เป็นไม่เกิน 60 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับอายุเฉลี่ยของประชากรไทยที่สูงขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้สามารถดูแลบิดามารดาได้ด้วย อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังต้องรอความเห็นชอบจากนายทะเบียนตามขั้นตอน
“ขอให้สมาชิกทุกท่านมั่นใจได้ว่า สมาคมของเรามีการตรวจสอบการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกเก็บรักษาไว้ตามระเบียบ และพร้อมจ่ายให้ทายาทหรือผู้มีสิทธิอย่างครบถ้วน กรณีมีเงินค้างจ่ายก็เนื่องจากทายาทบางรายยังไม่สามารถมาติดต่อรับเงินได้ เช่น อยู่ต่างประเทศหรือมีข้อจำกัดด้านเอกสาร แต่สมาคมจะกันเงินส่วนนั้นไว้โดยไม่นำไปใช้ในกิจการอื่นอย่างเด็ดขาด” นายชูเกียรติกล่าว
นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา กล่าวด้วยว่า สมาคมไม่ค่อยมีข้อพิพาทหรือคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะกรรมการ โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นเรื่องการติดต่อทายาทเพื่อรับสิทธิประโยชน์เท่านั้น จึงอยากให้สมาชิกทุกคนเชื่อมั่นว่า สมาคมยังคงยึดหลักการช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างมั่นคง และพร้อมดูแลผลประโยชน์ของสมาชิกและครอบครัวอย่างเต็มที่ต่อไป
