THAILAND

อดีตสส.โต้ปปช.กล่าวหาไม่ดูข้อเท็จจริง ชี้มีใบสั่งการเมืองหลังถูกชี้มูลจริยธรรม



กระบี่-อดีต สส.โต้ ปปช.กล่าวหาทั้งที่ไม่ดูข้อเท็จจริง ชี้มีใบสั่งการเมือง หลังถูก ปปช.ชี้มูลฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

วันที่ 24 มีค. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีต สส.กระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เพื่อดูสภาพพื้นที่ หลังถูก ปปช.ชี้มูลความผิดในข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีครอบครองที่ดิน ภ.บท.5 จำนวนกว่า 500 ไร่ ซึ่งนายสฤษฏ์พงษ์ ได้ไปดูพบว่าสวนปาล์มดังกล่าวนั้น มีอายุมากกว่า 30 ปี และตนเองไม่ได้ครอบครอง แต่เป็นของญาติพี่น้องของตนและเครือญาติของฝ่ายแม่ยายที่ได้ซื้อมาเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ก่อนที่จะแบ่งให้ลูกหลานที่แม่ยายรักและเลี้ยงดูคนละตั้งแต่ 20-50 ไร่ จำนวนหลายสิบคนมานานเกือบ 20 ปีแล้ว

โดยที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ได้ซื้อต่อมาจากข้าราชการคนหนึ่ง ส่วนตนเองนั้นไม่ได้มาเกี่ยวข้อง เพียงแต่เมื่อปี 2552 ทางแม่ยายของตนเอง ได้ให้ตนไปเสียภาษีบำรุงท้องที่ให้ที่ ต.ห้วยยูง แต่ตนก็ไมได้ไปเสียเอง ให้คนขับรถไปจ่ายแทนจำนวน 300 บาท ซึ่งเป็นการเสียย้อนหลัง ปี 49-52 ทางคนขับรถจำชื่อแม่ยายตนไม่ได้ ก็เลยลงชื่อของตนเองไปแทน (จากเอกสาร เป็นการเขียนชื่อนายสฤฏษ์พงษ์ผิด เพราะเจ้าตัวไม่ได้ไปเสียด้วยตัวเอง) ต่อมาเมื่อตนเข้าสู่การเมืองใน อบจ.กระบี่ ก็ได้ยื่นแสดงบัญชีรายได้ทรัพย์สิน ก็พบว่ามีการเสียภาษีตรงนี้ไปด้วย ก็เลยแจ้งไปในช่วงปี 62 เพราะไม่ต้องการที่จะลบเลี่ยงใดๆ ก่อนที่จะถูกร้องเรียน

ส่วนที่ดินนั้นที่ผ่านมาตนก็ไม่ได้เข้ามา แต่จะมีผู้ดูแลที่นำครอบครัวเข้ามาอยู่ โดยดูแลให้จำนวน 12 คน 12 แปลง ซึ่งการที่ ปปช.ลงพื้นที่มาสอบสวนข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏนำไปพิจารณา เช่น การสอบผู้ที่ครอบครองจริง ซึ่งแม้จะไมได้เข้ามาทำสวนเอง แต่สวนปาล์มนั้น ส่วนใหญ่เจ้าของก็จะไม่ได้ทำเองแต่จะมีคนที่มีความชำนาญในการรับจ้างทำให้ เช่น การตัดผลปาล์ม ก็หักเป็นตัน ใส่ปุ๋ย หรือแต่งทางใบก็รับเหมาไป แต่ ปปช.กลับไม่ได้ดูตรงนี้ ส่วนที่ดินแปลงนี้ที่ระบุว่าอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินนั้น ก็มีการไปขอยื่นจากเครือญาติของตนและแม่ยายแต่ก็ยังไม่ได้เอกสาร สปก.4-01 เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการลงสำรวจซึ่งก็รวมถึงที่ดินข้างเคียงทั้งหมด

นอกจากนั้น ทาง ปปช.ก้ไม่ยอมที่จะรับฟังหลักฐานจากบุคคลที่เป็นผู้จัดการมรดกของแม่ยายตน ที่ได้จัดสรรที่ดินตรงนี้ให้กับบุคคลในครอบครัว เครือญาติ ซึ่งก็ไมใช่ตนเองด้วย 

นายสฤฏษ์พงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่ามีใบสั่งทางการเมืองไปยัง ปปช.ให้ชี้มูลตน เพราะแม้แต่พยานที่ตนเองเสนอเช่นเจ้าของวัว ที่นำวัวมาเลี้ยง ซึ่งก็คือ นายก อบต.ห้วยยูง คนปัจจุบันที่เลี้ยงมากว่า 10 ปี มีการขอจากแม่ยายตน และต่อมาก็มาขอเจ้าของที่ตัวจริงทุกแปลง กลับไม่ยอมให้เป็นพยาน ซึ่งหลังจากนี้ตนเองก็จะยื่นอุทธรณ์และพร้อมที่จะไปต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่า การที่นายสฤฏษ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีต สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทยถูกชี้มูลในช่วงหลังเลือกตั้งนั้น ก็เนื่องจากมีการส่งสัญญาณไปยัง ปปช. ว่าให้มีการรื้อคดีที่มีการร้องตั้งแต่ปี 62 ขึ้นมาเพื่อโจมตีทำให้นายสฤฏษ์พงษ์ ตัดสินใจไม่ลงสมัคร แต่จะส่งลูกชายลงแทน แต่ถูกนายใหญ่ที่มี สส.รายหนึ่งที่ไม่ถูกกับนายสฤฏษ์พงษ์ไปเป่าหูว่า นายสฤฏษ์พงษ์ จะไม่ช่วยการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  จนมีการเลือกผู้สมัครคนใหม่เข้าไปแทน ส่วนลูกชายนายสฤฏษ์พงษ์ ก็ไม่ขอลงเนื่องจากมองว่ามีการร้องเรียนกันมากเกินไป ไม่ขอเกี่ยวข้องการเมืองในขณะนี้ ทำให้นายสฏฤษ์พงษ์ เหมือนถูกลอยแพและคนในพรรคภูมิใจไทยไม่ช่วย ขณะที่นายใหญ่ซึ่งมีอำนาจก็สั่ง ปปช.ได้ด้วย จนนำมาสู่การชี้มูลล่าสุด...

กระบี่/ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน