GLOBAL C
รัฐบาลจีนหนุนโครงการ‘ปัญญาประดิษฐ์ พลัส' ใช้ตลาดเอไอพลิกโฉมอุตสาหกรรม-ขับเคลื่อนการเติบโต
ปักกิ่ง, 31 มี.ค. (ซินหัว) - ในการประชุมจงกวนชุน (Zhongguancun Forum) ประจำปี 2026 ณ กรุงปักกิ่งของจีน บาร์อาหารที่ดำเนินงานโดยทีมหุ่นยนต์บริกรทั้งหมดได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถปฏิบัติงานเฉพาะทางได้หลากหลาย ตั้งแต่การเสียบไม้ขนมถังหูลู่ การชงกาแฟ ไปจนถึงการจัดเตรียมและเสิร์ฟชุดอาหาร การดำเนินงานทั้งหมดนี้ถูกควบคุมด้วยระบบส่วนกลางและเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ลูกค้าเพียงแค่สแกนรหัสคิวอาร์ ก็จะได้รับอาหารภายใน 2 นาที โดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์แม้แต่น้อย
ในวันแรกของการเปิดตัว เคาน์เตอร์บาร์แห่งนี้ให้บริการไปแล้วกว่า 100 ออเดอร์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบบูรณาการ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้หุ่นยนต์จากบริษัทต่างๆ สามารถทำงานสอดประสานกันเป็นทีมแทนที่จะต่างคนต่างทำ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจาก "ปัญญาประดิษฐ์แบบเครื่องจักรเดี่ยว" ไปสู่ "ปัญญาประดิษฐ์แบบกลุ่ม" ภาพที่เกิดขึ้นนี้ชี้ว่าอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ของจีนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และกำลังเปลี่ยนจากการประยุกต์ใช้งานบนหน้าจอไปสู่โลกแห่งความจริง
รายงานการดำเนินงานของรัฐบาลจีนในปี 2026 ได้นำเสนอแนวคิด "เศรษฐกิจอัจฉริยะรูปแบบใหม่" และขยายขอบเขตโครงการริเริ่ม "ปัญญาประดิษฐ์พลัส" (AI Plus) ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากเศรษฐกิจดิจิทัล และส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านที่ปัญญาประดิษฐ์จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่เข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม รูปแบบธุรกิจ และการสร้างมูลค่า โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่าปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีผลต่อการจัดสรรทรัพยากรและการส่งมอบบริการ
ความได้เปรียบในการแข่งขันของจีนอยู่ที่ความหลากหลายของข้อมูล ระบบอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม และสถานการณ์การประยุกต์ใช้งานที่กว้างขวาง โดยข้อมูลทางการระบุว่า ภายในปี 2025 อุตสาหกรรมหลักด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนมีมูลค่าทะลุ 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 5.7 ล้านล้านบาท) และมีบริษัทในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 6,200 แห่ง
อุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ช่วยให้จีนสามารถเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ทั้งตลาดในประเทศและระดับโลก
กลยุทธ์การเติบโตในอนาคตมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มการประยุกต์ใช้งานในภาคส่วนต่างๆ เช่น การผลิต การเกษตร การศึกษา และการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ จีนยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผลักดันอุตสาหกรรมผู้ช่วยอัจฉริยะ (Intelligent agent) และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานผ่านคลัสเตอร์การประมวลผลขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของจีนยังเป็นข้อได้เปรียบเฉพาะตัวของภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ผู้นำในแวดวงวิชาการนิยามการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก "การเสริมศักยภาพด้วยดิจิทัล" ไปสู่ "การปรับโครงสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์" โดยกลยุทธ์นี้ถูกมองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ และเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับนักลงทุนทั่วโลก การฟื้นฟูอุตสาหกรรมดั้งเดิมควบคู่ไปกับการสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของจีน ส่งผลให้การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของจีนนั้นสามารถสร้างแรงส่งให้กับเศรษฐกิจโลก
บาร์อาหารหุ่นยนต์ที่จัดแสดงในการประชุมนี้ ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรมว่าโครงการริเริ่มปัญญาประดิษฐ์พลัสสามารถนำมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างไร และเมื่อมีการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้ากับภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกขยายวงออกไปไกลกว่าเพียงแค่ภายในประเทศจีน
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/565778_20260331 , https://en.imsilkroad.com/p/349958.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเข้าชมการแสดงนิทรรศการถาวร ณ ศูนย์นิทรรศการจงกวนชุน (Zhongguancun Exhibition Center) ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 25 มี.ค. 2026)
