TECH & AI
'เดลล์'เปิดตัวขีดความปลอดภัยไซเบอร์ฯ รองรับยุคAI-ความเสี่ยงจากควอนตัม
กรุงเทพฯ-เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้านการออกแบบความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง (Security by Design) และความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถป้องกัน ตรวจจับ และกู้คืนระบบจากภัยคุกคามยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการอัปเกรดครั้งนี้มุ่งรับมือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่จากคอมพิวเตอร์ควอนตัมและ AI ด้วยการเสริมแกร่งตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ เพิ่มความยืดหยุ่นทางไซเบอร์เมื่อเกิดเหตุการณ์ และขยายขอบเขตการตรวจจับภัยคุกคามไปยังแพลตฟอร์มข้อมูล AI
AI กำลังสร้างข้อมูลที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะยิ่งเร่งให้สถานการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้น ด้วยการลดทอนประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการเข้ารหัสที่องค์กรใช้อยู่ในปัจจุบันในการปกป้องข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์
ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นพร้อมกันเหล่านี้ กำลังผลักดันความต้องการอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการโจมตีในอนาคต ควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นทางไซเบอร์เพื่อช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ และการตรวจจับภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในทุกสภาพแวดล้อมที่มีการใช้งานข้อมูล AI ซึ่งเดลล์ ตอบโจทย์ความท้าทายด้านความปลอดภัยเหล่านี้ด้วยแนวทางการป้องกันแบบหลายชั้น ครอบคลุมทุกระดับของเทคโนโลยี ตั้งแต่อุปกรณ์พีซีไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์
เสริมความแข็งแกร่งให้รากฐานของพีซี ด้วยการป้องกันที่พร้อมรับยุคควอนตัม
คอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังส่งผลกระทบต่อรากฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้ปกป้องอุปกรณ์ในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดความจำเป็นในการนำแนวทางการออกแบบความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางมาใช้ในระดับชั้นเฟิร์มแวร์ที่ลึกที่สุด โดยเดลล์ ได้นำเสนอฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่พร้อมรับยุคควอนตัมสำหรับคอมเมอร์เชียลพีซี เพื่อป้องกันการโจมตีที่สามารถหลบเลี่ยงเครื่องมือรักษาความปลอดภัยแบบเดิม และยังคงแฝงตัวอยู่ได้แม้หลังการรีสตาร์ทหรือการติดตั้งระบบใหม่
ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ได้รับการอัปเกรดครั้งนี้ช่วยเสริมแกร่งให้กับชิปควบคุมฝังตัว (Embedded Controller: EC) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักด้านความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์ โดยสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการอัปเดตเฟิร์มแวร์ด้วยลายเซ็นดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการโจมตีในยุคควอนตัมnซึ่งแนวทางดังกล่าวช่วยป้องกันไม่ให้ตัวควบคุมยอมรับเฟิร์มแวร์ที่เป็นอันตรายหรือถูกดัดแปลง พร้อมทั้งลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน ด้วยการยืนยันความถูกต้องของการอัปเดตผ่านการเข้ารหัสและลายเซ็นดิจิทัลที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เดลล์ได้ยกระดับความสามารถในการตรวจสอบ BIOS ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Standards) โดยสามารถตรวจจับการดัดแปลงได้ผ่านการเปรียบเทียบ BIOS กับข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ซึ่งจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยบนคลาวด์ของเดลล์ หากพบความผิดปกติหรือข้อมูลไม่ตรงกัน ระบบตรวจสอบเฉพาะของเดลล์จะทำการแจ้งเตือนและทำเครื่องหมายบนอุปกรณ์ เพื่อให้ทีมงานสามารถตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที
ยกระดับความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ด้วยการกู้คืนระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI
อุปกรณ์ที่มีความแข็งแกร่ง มีบทบาทสำคัญในการลดโอกาสการโจมตีที่ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบเมื่อเกิดเหตุการณ์ จากผลสำรวจ Cyber Resilience Insights research ของเดลล์ พบว่า มีเพียง 40% ขององค์กรทั่วโลกที่สามารถควบคุมและกู้คืนระบบจากการโจมตีทางไซเบอร์หรือการจำลองเหตุการณ์ได้โดยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เดลล์จึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ของ PowerProtect เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับภัยคุกคาม เช่น แรนซัมแวร์ ได้เร็วขึ้น และกู้คืนระบบจากเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การยกระดับ PowerProtect Data Manager ช่วยให้องค์กรสามารถแก้ไขปัญหาการกู้คืนระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งให้คำแนะนำตามบริบทระหว่างการดำเนินงานที่มีความเร่งด่วน สามารถตรวจจับความเสี่ยงของแรนซัมแวร์ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ผ่านการตรวจจับความผิดปกติที่ได้รับการยกระดับ ซึ่งทำงานโดยการสแกนสแนปช็อตของ Dell PowerStore และช่วยให้การบริหารจัดการในระดับขนาดใหญ่เป็นไปอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ผ่านแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ที่รองรับระบบแบบกระจาย
PowerProtect Data Domain ช่วยขยายการปกป้องไปยังไซต์ขนาดเล็ก พร้อมเสริมความปลอดภัยของข้อมูลระหว่างการรับส่งให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยอุปกรณ์ PowerProtect Data Domain DD3410 มอบประสิทธิภาพการสำรองข้อมูลที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 2 เท่า และเพิ่มความเร็วในการกู้คืนข้อมูลได้ถึง 46% ช่วยให้องค์กรสามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุการณ์ นอกจากนี้ Data Domain Operating System เวอร์ชันใหม่ที่รองรับ Transport Layer Security (TLS) 1.3 ยังช่วยปกป้องข้อมูลระหว่างการส่งผ่านระหว่างระบบ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของ NIST ด้านการเข้ารหัสการเชื่อมต่อ
ขยายการตรวจจับภัยคุกคามจากอุปกรณ์ปลายทางไปสู่แพลตฟอร์มข้อมูล AI
นอกจากนี้ เดลล์ยังเปิดตัวตัวเลือกใหม่ในรูปแบบ Endpoint Detection and Response (EDR) แบบเฉพาะ ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ปลายทาง ด้วยความสามารถด้านการตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงและแอนติไวรัสยุคถัดไป เมื่อใช้งานร่วมกับพีซีของเดลล์ บริการดังกล่าวยังเพิ่มความสามารถในการมองเห็นผลการตรวจสอบ BIOS ได้อย่างเฉพาะเจาะจง หากพบว่า BIOS ของเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากค่าพื้นฐานที่เชื่อถือได้ อันอาจเป็นสัญญาณของการถูกโจมตี ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังทีม Managed Detection and Response (MDR) ของเดลล์ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างทันท่วงที
มุมมองผู้บริหาร
จอห์น โรส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีระดับโลก และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะสามารถทำลายระบบการเข้ารหัสและลายเซ็นดิจิทัลที่ใช้ปกป้องข้อมูลในปัจจุบัน ขณะที่ AI เอเจนต์ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้วยการยกระดับมูลค่าของข้อมูลและสามารถแบ่งปันข้อมูลระหว่างทีมและองค์กรได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเรามีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงทั้งสองด้านนี้มาเกือบหนึ่งทศวรรษผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีการเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography) รวมถึงแนวทางด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์และการออกแบบความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง และเรายังคงเดินหน้านำความสามารถด้านการปกป้องเหล่านี้ไปใช้ในพอร์ตโฟลิโอของเรา เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ และก้าวนำภัยคุกคามในอนาคตได้อย่างมั่นใจ”
ฮาเวียร์ กอนซาเลซ เบลินชอน ผู้อำนวยการฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและปฏิบัติการองค์กร Palladium Hotel Group กล่าวว่า “ในธุรกิจบริการระดับลักซ์ชัวรี่แม้เพียงการขัดข้องของระบบไอทีเพียงชั่วครู่ในช่วงที่มีการใช้งานสูงสุดก็สามารถส่งผลกระทบได้อย่างมหาศาล เนื่องจากเราต้องรับมือกับเวิร์กโหลดจำนวนมาก และความสามารถ Transparent Snapshots ของ PowerProtect Data Manager ก็สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูล และลดระยะเวลาในการสำรองข้อมูลได้ถึงครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้เมื่อทำงานร่วมกับ PowerProtect Data Domain ความสามารถด้านการลดข้อมูลซ้ำ (Deduplication) และการบีบอัดข้อมูล (Compression) ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้แบนด์วิดท์ ทำให้การสำรองข้อมูลจากระยะไกลเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมทั้งช่วยลดความต้องการด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลงอย่างมาก”
เฟอร์นันโด มอนเตเนโกร รองประธานและหัวหน้าฝ่าย Cybersecurity & Resilience จาก Futurum กล่าวว่า “เมื่อการนำ AI มาใช้งานมีการขยายตัวมากขึ้น ทีมรักษาความปลอดภัยจำเป็นต้องปกป้องข้อมูลที่มีมูลค่าสูงในพื้นที่ที่ระบบควบคุมแบบดั้งเดิมไม่สามารถให้การมองเห็นได้อย่างเพียงพอในการติดตามว่าภัยคุกคามเคลื่อนตัวผ่านเวิร์กโหลดของ AI และแพลตฟอร์มข้อมูลอย่างไร ซึ่งแนวทางของเดลล์ สะท้อนถึงกลยุทธ์ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยมุ่งลดความเสี่ยง เพิ่มการมองเห็นด้านความปลอดภัยให้ลึกยิ่งขึ้น และช่วยให้องค์กรสามารถกู้คืนระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์”
