TECH & AI

Alibaba Cloud เร่งนวัตกรรมAIทั่วโลก รุกคืบใช้งานจริงในทุกอุตสาหกรรม



กรุงเทพฯ วันที่ 9 เมษายน 2569 - Alibaba Cloud (อาลีบาบา คลาวด์) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของ Alibaba Group นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของลูกค้าในปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ (full-stack AI) และเทคโนโลยีคลาวด์ของบริษัทฯ ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมตอบโจทย์องค์กรทั่วโลก

โซลูชัน AI ครบวงจรของ Alibaba Cloud ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน โมเดลล้ำสมัยในตระกูล Qwen และ Wan ไปจนถึงแพลตฟอร์มการพัฒนาที่ครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญขององค์กรในการนำ AI ไปใช้ในทุกอุตสาหกรรม การปรับใช้ AI ดังกล่าวยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ผลักดันให้มีการใช้บริการคลาวด์หลักมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการเติบโตอย่างยั่งยืนและตอกย้ำบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะพันธมิตรดิจิทัลที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วโลก

ดร. เฟยเฟย ลี ประธานธุรกิจระหว่างประเทศของ Alibaba Cloud Intelligence Group กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าการใช้ AI ขององค์กรอยู่ในระดับที่หยั่งรากลึกและขยายวงกว้าง ธุรกิจทั่วโลกกำลังใช้ความสามารถด้าน AI ของ Alibaba Cloud ซึ่งสร้างบนพื้นฐานคลาวด์ที่ปลอดภัยและปรับขนาดการทำงานได้ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่ยั่งยืน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ และการสร้างสรรค์เนื้อหาด้วย generative AI ทั้งนี้ Alibaba Cloud ยังคงมุ่งมั่นให้บริการโซลูชัน full-stack AI, บริการที่เป็นโอเพ่นซอร์สต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ปรับให้เหมาะกับ AI เพื่อเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว”  

เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในมาเลเซีย

Alibaba Cloud ให้การสนับสนุน PRO-NET บริษัทด้านเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อน (โมบิลิตี้) ในประเทศมาเลเซียมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โดยสนับสนุนการวางรากฐานการทำงานในรูปแบบ cloud first และการบริหารจัดการข้อมูลอย่างครบวงจร (end to end data pipeline) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ PRO-NET ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศด้านพลังงานรูปแบบใหม่ของมาเลเซีย และเร่งการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่การเคลื่อนที่อัจฉริยะและยั่งยืน

โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งนี้ช่วยให้ PRO-NET ยกระดับขีดความสามารถด้าน AI ของตน โดยใช้ Model Studio ของ Alibaba Cloud เพื่อพัฒนาแชทบอทสำหรับใช้ภายในองค์กร ก่อนจะต่อยอดไปเป็นแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าและระบบอินโฟเทนเมนต์ภายในตัวรถในอนาคต ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมศักยภาพด้านต่าง ๆ ให้ PRO-NET ทั้งในด้านระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับแผนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างของประเทศมาเลเซีย

นายจาง เฉียง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PRO-NET กล่าวว่า “Alibaba Cloud เป็นพันธมิตรรายสำคัญของ PRO-NET ที่ให้การสนับสนุนการวางรากฐาน cloud-first และการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถขับเคลื่อนระบบนิเวศการเดินทางเคลื่อนที่ด้วยพลังงานรูปแบบใหม่ของมาเลเซียให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น และในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง AI ความร่วมมือที่ทรงประสิทธิภาพนี้จะช่วยให้เราดึงข้อมูลเชิงลึกมาใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และเร่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตแห่งการเดินทางที่อัจฉริยะและเชื่อมต่อถึงกันได้ดียิ่งขึ้นให้ประเทศมาเลเซีย” 

เสริมศักยภาพ AI รองรับหลายภาษาในสิงคโปร์

Alibaba Cloud ให้การสนับสนุนการเปิดตัว Qwen-SEA-LION-v4 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่เวอร์ชันล่าสุดที่พัฒนาโดย AI Singapore (AISG) เพื่อรองรับความหลากหลายทางภาษา วัฒนธรรม และการทำธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดตัว Qwen-SEA-LION-v4 ซึ่งพัฒนาโดยใช้ Qwen3-32B ของ Alibaba เป็นโมเดลพื้นฐานนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของ AISG ต่อความมุ่งมั่นที่จะให้บริการโซลูชัน AI ที่ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นให้กับภูมิภาคนี้

Qwen-SEA-LION-v4 มอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าทั้งในด้านความแม่นยำด้านภาษาที่หลากหลาย และการเข้าใจบริบททางวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง ในขณะเดียวกันยังมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะใช้งานได้บนแล็ปท็อปของผู้บริโภคทั่วไปที่มี RAM ขนาด 32GB ปัจจุบันโมเดลนี้ครองอันดับหนึ่งในตารางคะแนนการประเมินแบบองค์รวมของโมเดลภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Holistic Evaluation of Language Models: SEA-HELM) ในกลุ่มโมเดลแบบโอเพ่นซอร์สที่มีพารามิเตอร์ต่ำกว่า 200B การครองตำแหน่งนี้มาจากจุดแข็งด้านการให้เหตุผลขั้นสูง สามารถรองรับหลายภาษา และความสามารถของโมเดลในการจดจำและทำความเข้าใจข้อมูลปริมาณมากที่ป้อนเข้าไปในคราวเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับภาษาที่ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ

โมเดลพื้นฐาน Qwen3-32B ผ่านการฝึกฝนเพิ่มเติมด้วยชุดข้อมูลภาษาที่ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 1 แสนล้านโทเคน เพื่อยกระดับความสามารถในการตีความสำนวนเฉพาะถิ่น ความละเอียดอ่อนของภาษาพูด และฐานความรู้เฉพาะทางของภูมิภาค

ดร. เลสลี เทียว ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ AI Singapore (AISG) กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ Alibaba ในการพัฒนา Qwen-SEA-LION-v4 ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยทำลายข้อจำกัดด้านการเข้าถึง AI และทำให้ AI เป็นตัวแทนที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแท้จริง ความร่วมมือนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของเราในการเร่งสร้างนวัตกรรม AI ในภูมิภาคและเพื่อให้มั่นใจว่าเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ องค์กรต่าง ๆ และหน่วยงานภาครัฐ จะสามารถเข้าถึง AI ที่เป็นระบบเปิด ในราคาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และชุมชนในภูมิภาคนี้อย่างลึกซึ้ง”

ยกระดับการดูแลสุขภาพในฮ่องกงสู่ความทันสมัย ด้วย AI

PuraPharm Corporation Limited (PuraPharm) บริษัทด้านการแพทย์แผนจีนชั้นนำในฮ่องกง และ HerbMiners Informatics Limited (HerbMiners) ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันซอฟต์แวร์อัจฉริยะสำหรับคลินิกแพทย์แผนจีน (TCM) ในฮ่องกง ได้ร่วมกันนำโมเดล Qwen3 ของ Alibaba ไปใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้แพลตฟอร์ม Traditional Chinese Medicine Advisor (TCMA) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการคลินิกต้นแบบ ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนผ่านการแพทย์แผนจีนสู่ความทันสมัยในระดับสากล แพลตฟอร์มที่ใช้ขุมพลังจากโมเดล Qwen3 นี้ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (natural language processing: NLP) ขั้นสูง และความสามารถในการเรียนรู้เชิงลึกต่าง ๆ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่มีโครงสร้าง เช่น บันทึกของแพทย์และใบสั่งยาสมุนไพร เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในการรักษาแบบเฉพาะบุคคล และใช้ AI เพื่อให้คนไข้มีส่วนร่วมมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานทางคลินิก ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

ดร. วิลเฟรด ดับเบิลยู.เค. หลิน ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลของ HerbMiners Informatics Limited กล่าวว่า “แพลตฟอร์ม TCMA ต้นแบบของเราแสดงให้เห็นว่าเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถปลดล็อกคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิมเพื่อสร้างระบบการดูแลสุขภาพที่ชาญฉลาด ตอบสนองได้มากขึ้น และสามารถปรับขนาดการใช้งานในระดับสากลได้ แพลตฟอร์มนี้พร้อมพลิกโฉมอนาคตของการแพทย์แผนจีนในระดับโลกไม่ใช่เพียงในฮ่องกงเท่านั้น”

สร้างสรรค์เมืองที่อัจฉริยะและยั่งยืนกว่าเดิม

Alibaba Cloud ยังได้สนับสนุนผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลกในการนำ Qwen มาใช้ทรานส์ฟอร์มการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การเร่งสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างเมืองให้อัจฉริยะและยั่งยืนมากขึ้น

Signify ผู้นำระดับโลกด้านระบบแสงสว่าง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ รุกตลาดจีนด้วยการเปิดตัว GenAI Agent รายแรกของวงการที่ใช้ประโยชน์จากความสามารถขั้นสูงของ Qwen โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดย Alibaba ในการจัดการงานที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ agent นี้ถูกนำไปผสานรวมเข้ากับ Interact City Flex ซึ่งเป็นระบบไฟส่องสว่างบนท้องถนนที่เชื่อมต่อกันของ Signify ทำการติดตามตรวจสอบ ควบคุม และจัดการไฟถนน เพื่อลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาควบคู่กันไป ระบบที่ได้รับการอัปเกรดด้วยขุมพลังจาก Qwen นี้ ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ผู้ใช้งานสามารถสร้างและปรับใช้กลยุทธ์การหรี่ไฟด้วย AI ผ่านการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถระบุความผิดปกติและเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและบำรุงรักษาอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟถนนอีกด้วย

นายฮันส์ นิโคล หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมแบบเปิดของ Signify กล่าวว่า “การทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันในสภาพแวดล้อมของเมือง ต้องอาศัยระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้การบริหารจัดการเมืองมีความฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น การนำโมเดล Qwen ของ Alibaba มาใช้กับ GenAI Agent ของเรา ช่วยให้เราเสริมศักยภาพให้เมืองต่าง ๆ สามารถลดการใช้พลังงานและลดต้นทุนการดำเนินงานเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมรวมถึงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างสรรค์เมืองที่สว่างไสวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

พลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลในญี่ปุ่น

Alibaba Cloud ได้เริ่มความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ and factory ผู้พัฒนามังงะดิจิทัลในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ภายในอุตสาหกรรมมังงะของญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือนี้ and factory จะเป็น "พันธมิตรมังงะ" (Manga Partner) อย่างเป็นทางการของ Alibaba Cloud โดยจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มมังงะดิจิทัลมาแบ่งปัน ในขณะที่ Alibaba Cloud จะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ขั้นสูงและเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในครั้งนี้

บริษัททั้งสองแห่งจะร่วมกันพัฒนาเครื่องมืออัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ในกระบวนการผลิตมังงะ อาทิ การวาดภาพประกอบพื้นหลังอัตโนมัติ การสร้างสตอรี่บอร์ดอัจฉริยะ ระบบลงสีอัตโนมัติ การเปลี่ยนภาพนิ่งเป็นแอนิเมชัน และการแปลภาษาอัตโนมัติ โดยโซลูชันเหล่านี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้แก่เหล่านักสร้างสรรค์ สำนักพิมพ์ และผู้จัดจำหน่าย เพื่อขยายฐานความนิยมของมังงะสู่ระดับสากล

ระบบนิเวศของพันธมิตรและกลุ่มลูกค้าของ Alibaba Cloud ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการมอบขีดความสามารถด้าน AI ที่มีความปลอดภัย ประสิทธิภาพสูง และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถปลดล็อกมูลค่าใหม่ ๆ และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในปี 2026 และต่อเนื่องไปในอนาคต