BUSINESS
'ท็อปส์'เร่งแผนเพิ่มEV Truckสิ้นปี44คัน ดันแผนคุมต้นทุนลดใช้น้ำมัน4.5แสนลิตร
กรุงเทพฯ 16 เมษายน 2569 – ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงาน เร่งขยายการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ในระบบโลจิสติกส์ เพิ่มอีก 20 คัน รวมสิ้นปีเป็น 44 คัน เสริมประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคหลักทั่วประเทศ รองรับความผันผวนด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม เสริมมาตรการช่วยลดต้นทุนเพื่อลดทอนผลกระทบด้านราคาสินค้า ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจเรื่องความพร้อมของสินค้าเพื่อจำหน่ายในทุกสาขายังคงดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้กว่า 457,000 ลิตร ภายในปี 2569
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนของพลังงานโลก ได้สร้างแรงกดดันต่อทั้งภาคธุรกิจและค่าครองชีพของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตัวเลขการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั้งส่วนบุคคลและเพื่อการพาณิชย์เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จากข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 372,662 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 63.83 ทั้งนี้ มีรถกระบะและรถแวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2567 ร้อยละ 77.22 และรถบรรทุกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 38.39 สะท้อนถึงความจำเป็นในการลดการพึ่งพาน้ำมัน และเร่งพัฒนาทางเลือกด้านพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจร ท็อปส์จึงเดินหน้าเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ โดยนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) มาเป็นกลไกสำคัญในการบริหารซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ควบคุมต้นทุน และสร้างความมั่นใจว่าสินค้ายังคงพร้อมจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในทุกสาขา”
ปัจจุบันท็อปส์มีการใช้งานรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) รวมทั้งสิ้น 24 คัน รองรับการกระจายสินค้าทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและอุณหภูมิปกติ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคหลักทั่วประเทศ เพื่อกระจายสินค้าไปยังท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา รถ EV Truck ของท็อปส์มีระยะทางการวิ่งรวมกว่า 1,682,938 กิโลเมตร หรือเทียบเท่าระยะทางไป-กลับจากเชียงราย–เบตง กว่า 467 รอบ พร้อมช่วยลดการใช้น้ำมันได้กว่า 262,568 ลิตรต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 690 ตันคาร์บอนเทียบเท่า
ทั้งนี้ เพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันผันผวนและตอบรับกับนโยบายของรัฐในการร่วมประหยัดพลังงาน และลดการใช้น้ำมัน ท็อปส์ตั้งเป้าขยายการใช้งานรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) โดยวางแผนเพิ่มรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าขนาด 4 ล้อ อีกจำนวน 20 คัน รวมเป็น 44 คันภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ หากสถานการณ์น้ำมันส่อแนวโน้มเข้าขั้นวิกฤต ท็อปส์ยังเตรียมแผนสำรองที่จะขยายรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษอีกจำนวน 20 คัน รองรับการขนส่งสินค้าทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและอุณหภูมิปกติ พร้อมเสริมกำลังการกระจายสินค้าในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลให้ต่อเนื่องที่สุด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง ควบคู่กับการลดต้นทุนพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าช่วยลดการใช้น้ำมันได้เพิ่มเติมอีกกว่า 457,000 ลิตรต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,202 ตันคาร์บอนเทียบเท่า
นอกจากนี้ การลดการใช้พลังงานนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญของท็อปส์ในการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพบริการ และขับเคลื่อนสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน โดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ภายใต้ปรัชญา “CRC Care” มิติ “Care for the Environment” มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

“เรายังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าความผันผวนของราคาน้ำมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการกระจายและเติมสินค้า พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และตอกย้ำบทบาทท็อปส์ในฐานะผู้นำฟู้ดรีเทลที่ผู้บริโภคไว้วางใจ พร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์” นายธนวัตร กล่าวสรุป
