GLOBAL C

‘หนิงโป’ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านสู่ ‘การผลิตอัจฉริยะ’ของจีน



หางโจว, 16 เม.ย. (ซินหัว) - ท่าเรือหนิงโป-โจวซานและนิคมอุตสาหกรรมโดยรอบในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีนยังคงเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเมืองในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมชั้นนำ ที่มีการผลิตครอบคลุมถึง 36 จาก 41 หมวดหมู่ของอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ประกอบกับรากฐานที่แข็งแกร่งของผู้ผลิตภาคเอกชน หนิงโปจึงเปรียบเสมือนภาพสะท้อนความสำเร็จและทิศทางการเปลี่ยนผ่านของภาคการผลิตในจีนได้เป็นอย่างดี

การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ขับเคลื่อนผ่านการบูรณาการเครื่องมือดิจิทัล แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปี 2026 มูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมของหนิงโปเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.3  เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมหลัก อาทิ การผลิตยานยนต์ คอมพิวเตอร์ และการผลิตเครื่องจักรทั่วไป ต่างทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วนี้

ความได้เปรียบในการแข่งขันของหนิงโปอยู่ที่ความหลากหลายของสถานการณ์จริงในภาคอุตสาหกรรม ฐานการผลิตที่หนาแน่นของเมืองช่วยให้บริษัทหุ่นยนต์มีสภาพแวดล้อมที่เป็นระบบสำหรับการทดสอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์แบบล้อลาก โดยอุปสงค์จากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่เป็นสนามทดสอบภาคปฏิบัติที่ช่วยให้เทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถบูรณาการเข้ากับระบบการผลิตที่มีอยู่เดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่บริษัทแบตเตอรี่แห่งหนึ่ง การผลิตอัจฉริยะได้เข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน โรงงานแห่งนี้ใช้รถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (AGV) และระบบตรวจสอบด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อผลิตแบตเตอรี่ได้มากถึง 5 พันล้านก้อนต่อปี การเปลี่ยนแปลงนี้ได้ปฏิวัติระบบควบคุมคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์สามารถจัดการงานตรวจสอบจุดบกพร่องทางสายตาที่ซับซ้อน ซึ่งแต่เดิมมักเกิดความผิดพลาดจากมนุษย์ได้ง่ายเนื่องจากภาระงานที่หนักเกินไป

การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในองค์กรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของหนิงโปพุ่งสูงถึงร้อยละ 36.7 โดยกลายเป็นส่วนประกอบที่พบได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานยนต์พลังงานใหม่ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ นอกจากด้านเทคโนโลยีแล้ว จุดแข็งของเมืองนี้ยังอยู่ที่การสนับสนุนผู้ผลิตเฉพาะทางที่มุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และช่วยรักษาการเชื่อมโยงที่สำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก

บริษัทหนิงโป หย่งซิน ออปติกส์ (Ningbo Yongxin Optics) คือตัวอย่างที่ชัดเจนของความเชี่ยวชาญทางเทคนิคระดับสูง โดยเป็นผู้จัดส่งส่วนประกอบหลักให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่างไซสส์ (Zeiss) และนิคอน (Nikon) ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสำรวจอวกาศระดับชาติอีกด้วย ทำให้หนิงโปยังคงรักษาความเป็นผู้นำในฐานะบ้านเกิดของแชมป์การผลิตระดับชาติจำนวน 119 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดในบรรดาเมืองต่างๆ ของจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 8

แม้แต่ภาคส่วนดั้งเดิมก็ยังพัฒนาไปอีกขั้น เช่น โรงงานอัจฉริยะ 5G ของเครือหยางเกอร์ (Youngor Group) ที่มีการนำระบบราวแขวนอัตโนมัติมาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ถึงร้อยละ 40 และช่วยลดระยะเวลาในการผลิตสำหรับคำสั่งซื้อเฉพาะบุคคลให้สั้นลง 

ผู้บริหารของหลายๆ บริษัทจีนให้ความเห็นว่า แม้ความฉลาดของระบบจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากเพียงใด แต่ระบบเหล่านั้นจำเป็นต้องตั้งอยู่บนรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและใช้งานได้จริงจึงจะมีประสิทธิผลสูงสุด

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของหนิงโปแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตที่อัจฉริยะยิ่งขึ้นนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่มั่นคงและความอดทนในระยะยาว การจะบรรลุความฉลาดทางการผลิตในระดับสูงได้นั้น ต้องอาศัยการสะสมประสบการณ์อย่างมั่นคงเป็นเวลาสิบปีหรือมากกว่านั้น โดยเจ้าหน้าที่หนิงโปเน้นย้ำว่าความพยายามเชิงกลยุทธ์ที่ต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็วในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/568445_20260417 , https://en.imsilkroad.com/p/350168.html)

ภาพประกอบข่าว
ภาพปก : (แฟ้มภาพซินหัว : ช่างเทคนิคกำลังทำแก้ไขข้อผิดพลาดของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่บริษัทแห่งหนึ่งในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 26 มี.ค. 2026)


(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพบรรยากาศภายในเวิร์กชอปดิจิทัล 5G ของบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 27 มี.ค. 2026)