BANGKOK
กทม.สั่งเตรียมเชิงรุกรับมือ'พายุฤดูร้อน' พร้อมช่วยเหลือปชช.ตลอด24ชั่วโมง
กรุงเทพฯ-นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนว่า สนย. ได้ประสานความร่วมมือในการตรวจสอบและแนะนำให้เจ้าของอาคารตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยกรณีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ มีกฎหมายควบคุมให้ต้องดำเนินการควบคุมป้ายให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยในการใช้ป้าย คือ กฎกระทรวง ว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติด หรือตั้งป้ายตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558
ซึ่งได้กำหนดการรับน้ำหนัก ความต้านทาน และความคงทนให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือมาตรฐานที่คณะกรรมการควบคุมอาคารรับรอง ทั้งนี้ ป้ายที่ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเกิน 1 ปี เจ้าของป้ายต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ ตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบและหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคาร พ.ศ. 2548 ขณะเดียวกัน สนย. ได้ร่วมกับสำนักงานเขตดำเนินการกำชับเจ้าของป้ายขนาดใหญ่ ประกอบด้วย (1) แจ้งเจ้าของป้ายตรวจสอบการใช้งานและความมั่นคงแข็งแรงของป้าย (2) ป้ายถูกกฎหมายแต่มีสภาพเก่า ชำรุด อันอาจก่อให้เกิดภยันตราย ต้องมีคำสั่งให้เจ้าของป้ายดำเนินการแก้ไข หรือให้รื้อถอน (3) ดำเนินคดีกับเจ้าของป้ายที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเร่งรัดการรื้อถอน (4) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ให้อยู่ห่างจากป้ายโฆษณาที่อาจล้ม หรือหักโค่นได้ (5) จัดเตรียมเครื่องมือกล เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดจากป้าย
นอกจากนี้ สนย. ได้เตรียมความพร้อมเชิงรุก เพื่อรองรับสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ (1) ด้านกำลังพล ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่หน่วย BEST ประจำจุด ณ ศูนย์เครื่องมือกลดินแดง และหนองแขม ครอบคลุมพื้นที่ถนนสายหลักและชุมชนสำคัญ พร้อมทั้งจัดตั้งชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว (Rapid Response Team) ในลักษณะ Standby ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ภายในระยะเวลา 30-60 นาที นับจากได้รับแจ้งเหตุ (2) ด้านเครื่องมือและเครื่องจักร ได้เตรียมความพร้อมเครื่องมือและเครื่องจักรที่จำเป็น อาทิ รถกระเช้า รถเครน รถบรรทุก รถเทลเลอร์ รวมถึง pw100 pc200 และอุปกรณ์ตัดแก๊ส เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น กรณีต้นไม้หักโค่น ป้ายโฆษณาชำรุดเสียหาย หรือมีสิ่งกีดขวางทางจราจร (3) ด้านระบบสั่งการและรับแจ้งเหตุ ดำเนินการบูรณาการช่องทางการรับแจ้งเหตุและระบบสั่งการแบบ Real-time
โดยยึดหลักการจัดส่งหน่วยปฏิบัติการที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกำหนดผู้ประสานงานหลักเพื่อรองรับการสั่งการและติดตามสถานการณ์ และ (4) ด้านการปฏิบัติการหน้างาน เมื่อได้รับแจ้งเหตุหน่วย BEST จะเข้าดำเนินการระงับเหตุทันที โดยมุ่งเน้นการตัดและเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง เปิดช่องทางจราจรให้สามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว ภายในระยะเวลาเป้าหมาย 1-3 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน สนย. ได้แจ้งผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างของ กทม. ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างชั่วคราว เช่น เครน นั่งร้าน ค้ำยัน ป้าย วัสดุอุปกรณ์อื่นในพื้นที่โครงการฯ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงตรวจสอบระบบระบายน้ำไม่ให้มีเศษวัสดุอุดตัน หรือกีดขวางระบบระบายน้ำ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวว่า สปภ. ได้เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทันท่วงที รวมทั้งประสานสำนักงานเขต ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสำนักงานเขต เพื่อขอให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของต้นไม้ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะและถนนสายต่าง ๆ ควบคู่กับเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วย BEST เครื่องมือ และอุปกรณ์ กรณีเกิดเหตุป้ายโฆษณา หรือต้นไม้ในที่สาธารณะฉีกหัก/โค่นล้มกีดขวางการจราจร รวมทั้งอุบัติภัยต่าง ๆ ที่เกิดจากพายุฝนและลมกระโชก โดยเฉพาะบริเวณถนนสายหลักและพื้นที่ชุมชนที่อาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรและความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง และเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนขณะเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากประสบเหตุสาธารณภัย สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 199 ตลอด 24 ชั่วโมง
