LEARNING

CMMUปั้นผู้นำไทยในThai Business School with Global DNA 



เรียนในไทย แต่ได้วิสัยทัศน์โลก!! อินไซต์ “คณบดี CMMU” กับการปั้น Thai Business School with Global DNA ปั้นผู้นำไทยให้พร้อมชนะบนเวทีโลก

ความท้าทายที่สุดของผู้นำในปี 2026 ไม่ใช่แค่การแข่งขันที่รุนแรงหรือเทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วขึ้น แต่คือโลกธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนกติกาใหม่ เมื่อ AI และ Digital Transformation กลายเป็นปัจจัยหลักในการแข่งขัน ขณะที่ Sustainability และ ESG ขยับจากทางเลือกสู่ข้อบังคับ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ผู้นำไทยจะพร้อมแค่ไหน ที่จะพาองค์กรก้าวข้ามทุกความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืน? และหากยังไม่พร้อม Business School ยุคนี้ จะปั้นผู้นำยุคใหม่ที่มีคุณสมบัติพร้อมรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้อย่างไร? นี่คือโจทย์ใหญ่ที่หลายสถาบันกำลังหาคำตอบและแน่นอนว่า วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) สถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ ระดับแถวหน้าของประเทศ และเป็นหนึ่งในเพียง 6% ของสถาบันการศึกษาทางธุรกิจกว่า 17,000 แห่งทั่วโลก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACSB พร้อมตอบโจทย์นี้

รศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความท้าทายของโลกธุรกิจในปัจจุบันว่ากำลังเข้าสู่ยุคที่บริบทต่างๆ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวใดๆ ผู้นำที่จะชนะในยุคนี้ไม่จำเป็นต้อง "รู้มากที่สุด" แต่ต้อง "เรียนรู้และปรับตัวให้เร็วที่สุด" ต้องทดลอง- แก้เกม-ปรับปรุงเร็วกว่าคู่แข่ง บริหารความเสี่ยงได้เก่งที่สุด และไม่ใช่เก่งอยู่คนเดียว แต่ต้องบริหารทีมให้เก่งไปด้วยกันและมีคอนเน็กชันที่พร้อมสนับสนุน และที่สำคัญไม่ใช่คนที่ไม่เคยผิดพลาด แต่คือ คนที่ล้มแล้วลุก เรียนรู้ และแก้ไขความผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว และนี่คือสิ่งที่ CMMU เรียกว่า “Global DNA” ซึ่งเป็น “คุณลักษณะสากลของGlobal Leader” ที่กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าลงมือทำ ปรับตัวเร็ว พร้อมแข่งขัน และเติบโตได้ในเวทีโลก

เมื่อวิเคราะห์สถานะผู้นำไทยในปัจจุบัน พบว่ามีจุดแข็งคือ ความยืดหยุ่นและปรับตัวได้เร็ว รับมือกับ ความเปลี่ยนแปลงได้ดี มีทักษะการทำงานเป็นทีมและสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ส่วนจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข คือ ขาด Global Perspective แม้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจภายในประเทศ แต่ผู้นำจำนวนมากยังขาดมุมมองระดับโลกที่กว้างไกล ทำให้พลาดโอกาสในการเห็นเทรนด์ใหม่ๆ และปรับตัวช้ากว่าคู่แข่งในภูมิภาค อีกทั้งยังขาดประสบการณ์ในการบริหารจัดการบุคลากรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ยังช้า ยังลังเลหรือไม่กล้าเสี่ยงลงทุนในด้านนี้และการคาดหวังผลระยะสั้น จนมองข้ามการลงทุนในสิ่งที่จะสร้างคุณค่าระยะยาว เช่น การพัฒนาทักษะของพนักงาน การวิจัยและพัฒนา หรือการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อสร้างความยั่งยืน

CMMU ปั้น “Thai Business School with Global DNA” เพื่อสร้างคนระดับ Global Leader 

รศ.ดร.ปรารถนา มีวิสัยทัศน์ที่จะปั้น CMMU ให้เป็น “Thai Business School with Global DNA” หรือ “โรงเรียนธุรกิจไทยแต่มีศักยภาพและมาตรฐานระดับโลก” เพื่อผลิตบัณฑิตที่มี Global DNA โดยวางยุทธศาสตร์การปั้นผู้นำยุคใหม่ผ่าน มิติสำคัญ ประกอบด้วย

มิติที่ 1: Global Mindset – ปลูกฝั่งกรอบแนวคิดระดับโลก สร้างผู้นำที่มองธุรกิจแบบองค์รวมเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจโลก องค์กรกับสังคม และเข้าใจว่าการตัดสินใจส่วนหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งระบบ ผู้เรียนจะได้ฝึกคิดเชิงวิเคราะห์รอบด้าน ปรับกลยุทธ์ได้อย่างยืดหยุ่น และตัดสินใจแม่นยำในบริบทสากล ผ่านการผสมผสาน Local Expertise กับ Global Standards ได้เรียนรู้มาตรฐานและเครื่องมือการจัดการระดับโลก แต่ขณะเดียวกันก็ได้ฝึกนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทไทยและเอเชีย เข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อธุรกิจ ทำให้สามารถเชื่อมโยงโอกาสจากตลาดท้องถิ่นสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติที่ 2: Global Skillset – ยกระดับทักษะผู้นำสู่มาตรฐานโลก พัฒนาทักษะสำคัญที่ผู้นำยุคใหม่ต้องมี ตั้งแต่ Learning Agility ที่เรียนรู้และปรับตัวได้รวดเร็ว พร้อมแปลงความรู้ให้เป็นผลลัพธ์ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง Strategic Thinking & Execution การคิดวิเคราะห์เชิงลึกและนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติจริง Cross-Cultural Leadership การทำงานร่วมกับทีมหลากวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ Technology & Innovation Drivingที่ใช้เทคโนโลยีและ AI ขับเคลื่อนองค์กร พร้อมด้วย Complex Problem Solving การแก้โจทย์ซับซ้อนในสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน และ Risk Management การบริหารความเสี่ยงและตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเพื่อรับมือโลกธุรกิจที่ซับซ้อนและไม่แน่นอนอย่างมั่นใจ

มิติที่ 3 Global Experience เปิดประสบการณ์ระดับโลก - ไม่มุ่งเน้นแค่การเรียนรู้ทฤษฎี แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริงระดับโลก ผ่านหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล พร้อม Exchange Programs การแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก การฝึกงานกับองค์กรข้ามชาติหรือมีส่วนร่วมในโครงการระดับนานาชาติ ได้ฝึกลงมือทำจริง หล่อหลอมให้เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม เรียนรู้มุมมองและบริบทที่หลากหลายจากทั่วโลกและสร้างเครือข่ายระดับสากลที่ทรงพลัง ปูทางสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในอนาคต

มิติที่ 4 Global Collaborative Leadership – สร้างความร่วมมือและภาวะผู้นำระดับโลกเพราะผู้นำที่แข่งขันได้ในเวทีโลกต้องมี Connection ดี มีทีมที่เก่งไปด้วยกันพร้อมให้การสนับสนุน CMMU จึงปลูกฝังทักษะการพัฒนาทีม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงานร่วมกับทีมงานหลากวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างเครือข่ายที่ช่วยเหลือกันเมื่อเผชิญความท้าทาย เพื่อให้ผู้นำสามารถบริหารทีมและสร้างความร่วมมือในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

“แก่นแท้ของการสร้าง Global DNA ไม่ใช่เพียงการผลิตผู้นำที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงหรือแข่งขันได้ในเวทีโลกเท่านั้น หากแต่เป็นการหล่อหลอมผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทางและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ทั้งการยกระดับชีวิตของผู้คน การขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง จนเกิดเป็น Real Word Impact ที่จับต้องได้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของCMMU คือ Transform Lives, Transform Organizations, Transform Society’ ”รศ.ดร.ปรารถนา กล่าว

CMMU มี Global Ecosystem เพื่อขับเคลื่อน Global DNA อย่างเป็นระบบ

รศ.ดร.ปรารถนา กล่าวว่า เพื่อสร้าง Global DNA ให้เกิดขึ้นได้จริง CMMU จึงสร้าง “Global Ecosystem” หรือระบบนิเวศการเรียนรู้ระดับโลก เพื่อการบ่มเพาะ Global DNA ของผู้นำเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และยั่งยืน ตั้งแต่ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยและองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลก การนำคณาจารย์นานาชาติมาร่วมสอน การพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัยและสอดคล้องมาตรฐานสากล ไปจนถึงสร้างชุมชนการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีเครือข่ายทั่วโลก และที่สำคัญที่สุด คือ การรักษามาตรฐานระดับโลก โดยเฉพาะ AACSB(Association to Advance Collegiate Schools of Business) ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานการศึกษาด้านบริหารธุรกิจที่เก่าแก่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ซึ่งมีสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจและการจัดการเพียง 6% จากกว่า 17,000 แห่งทั่วโลกเท่านั้นที่ได้รับการรับรองนี้ ซึ่งยืนยันได้อย่างดีว่า CMMU มีมาตรฐานในด้านการเรียนการสอน หลักสูตรการวิจัย และความสำเร็จของผู้เรียนเทียบเท่ากับ Business School ชั้นนำของโลก

CMMU มุ่งมั่นรักษามาตรฐาน AACSB 

"AACSB ไม่ใช่มาตรฐานที่ได้รับครั้งเดียวแล้วจะรับรองตลอดไป แต่จะมีการประเมินใหม่ทุกๆ ปีสิ่งที่ยากกว่าการได้รับการรับรองมาตรฐาน คือ การรักษามาตรฐาน" รศ.ดร.ปรารถนา กล่าว และด้วยเหตุนี้ CMMU จึงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาคุณภาพมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดย

·พัฒนาคุณภาพคณาจารย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการทำวิจัย การเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติหรือการพัฒนาทักษะการสอน และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้คณาจารย์ไม่เพียงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นผู้นำทางความคิดที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้วงการวิชาการ

·ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย ที่มีการประเมินและพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก การเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทคโนโลยี และความต้องการของภาคธุรกิจและสังคม พร้อมอัปเดตความรู้และสกิลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น AI for Business Strategy, Sustainable Supply Chain Management และ Digital Marketing Analytics นอกจากนี้ ยังเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Action Learning) การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อเสริมทักษะให้นักศึกษาเรียนรู้การประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

·ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมทางวิชาการ ส่งเสริมให้คณาจารย์และนักศึกษามีผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางวิชาการที่มีคุณภาพ สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งวงการวิชาการ และ Real World Impact ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติหรืองานวิจัยที่นำไปใช้แก้ปัญหาในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมได้จริง เพื่อให้ CMMU เป็นแหล่งผลิตองค์ความรู้ที่สร้างคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับภาคธุรกิจและสังคม

·การสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจและสังคม มุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ชุมชน และเครือข่ายศิษย์เก่าอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการบริการวิชาการ การฝึกงาน และการออกแบบหลักสูตร ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับโลกธุรกิจจริงและสถาบันมีส่วนร่วมทางวิชาการที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสังคมในวงกว้าง

“การรักษามาตรฐาน AACSB เปรียบเหมือน “คำมั่นสัญญา” ที่ CMMU มีต่อผู้เรียนทุกคนว่าจะได้รับ การพัฒนาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กรอบแนวคิด ทักษะ ประสบการณ์ ไปจนถึงเครือข่ายระดับโลก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อก้าวออกไปจะไม่ใช่แค่ได้ปริญญา แต่พร้อมเป็นผู้นำที่มี Global DNA ที่สามารถก้าวข้ามทุกวิกฤตปัญหา เผชิญทุกความท้าทาย ปรับตัวทันทุกการเปลี่ยนแปลง แข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นใจ และพาองค์กรให้เติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้ ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร" รศ.ดร.ปรารถนากล่าวปิดท้าย