GLOBAL C

ถอดแนวคิด'โรงพยาบาลAI'ช่วยยกระดับระบบสาธารณสุขจีน



จีนกำลังผลักดันแนวคิด “โรงพยาบาล AI” ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุขจีนยุคใหม่ ไม่ใช่แค่นำ AI มาช่วยแพทย์วินิจฉัยโรค แต่เป็นการนำ AI มาเปลี่ยนการดูแลสุขภาพทั้งระบบ จากเดิมที่โรงพยาบาลทำหน้าที่รักษาเมื่อผู้ป่วยมีอาการ ไปสู่ระบบที่ช่วยติดตาม วิเคราะห์ความเสี่ยง และดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างหนึ่งคือ โรงพยาบาล Boao Super Digital Intelligence มณฑลไห่หนาน จุดเด่นของโรงพยาบาลนี้คือการใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วย แพทย์ ยา อุปกรณ์การแพทย์ และเทคโนโลยีรักษาโรคไว้ในระบบเดียว ทำให้การรักษาเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของโรงพยาบาลแบบเดิม

แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับ “International Consensus on AI Hospitals” ที่ประกาศในงาน Zhongguancun Forum 2026 โดย Chinese Academy of Engineering และ มหาวิทยาลัย Tsinghua ซึ่งระบุว่าโรงพยาบาล AI คือ ระบบบริการสุขภาพที่ผสานการให้บริการของโรงพยาบาลจริงกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูแลเฉพาะวันที่มาโรงพยาบาล

ในกรณีของโรงพยาบาล Boao Super Digital Intelligence โรงพยาบาลใช้แพลตฟอร์ม Model-as-a-Service หรือ MaaS เชื่อมโยงข้อมูลยาและอุปกรณ์การแพทย์จากทั่วโลกแบบเรียลไทม์ มีระบบ AI ที่ช่วยจับคู่ผู้ป่วยกับแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ลดเวลารอคอย และช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ในเขตเล่อเฉิง มณฑลไห่หนาน ยังมีการทดลองใช้ระบบการรักษาแบบโรงพยาบาลดิจิทัลและเครือข่ายการรักษา โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลใหญ่ทุกครั้ง แต่สามารถเริ่มต้นจากการปรึกษาแพทย์ใกล้บ้าน หากต้องรักษาเฉพาะทางจึงเดินทางไปศูนย์การแพทย์ และหลังจากนั้นติดตามอาการต่อผ่านระบบดิจิทัลที่บ้านได้

ในระดับนโยบาย โรงพยาบาล AI เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สาธารณสุขดิจิทัลของประเทศ โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (National Health Commission) ออกแนวทางส่งเสริมการใช้ AI ในระบบสุขภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การวินิจฉัย การฟื้นฟู และการบริหารจัดการสุขภาพ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนยังผลักดันยุทธศาสตร์ “AI Plus Initiative” ให้เข้าไปอยู่ในระบบบริการสาธารณสุขมากขึ้น

จีนยังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการแพทย์อัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักข่าว Xinhua ระบุว่า จีนมีโมเดล AI ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ประมาณ 300 โมเดล และระบบวิเคราะห์ภาพทางทางไกลระดับอำเภอที่รองรับผู้ป่วยแล้วมากกว่า 68 ล้านกรณี แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาลใหญ่ แต่กำลังลงไปถึงระบบสุขภาพระดับท้องถิ่น

อีกตัวอย่างคือ โรงพยาบาลเสมือนจริง (Agent Hospital) ของมหาวิทยาลัย Tsinghua ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเสมือนที่ใช้ AI จำลองขั้นตอนการรักษาตั้งแต่ลงทะเบียนผู้ป่วย วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงติดตามผล ระบบนี้ครอบคลุมโรคมากกว่า 1,000 ประเภท และใช้ผู้ป่วยเสมือนจำนวนมากเพื่อพัฒนาโมเดลการรักษาและฝึกอบรมแพทย์ในอนาคต

การยกระดับระบบสาธารณสุขด้วย AI จึงเป็นการปรับโครงสร้างระบบสุขภาพทั้งระบบ เพื่อให้บริการสาธารณสุขมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยงล่วงหน้า การวินิจฉัยที่แม่นยำ การบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ ไปจนถึงการติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องนอกโรงพยาบาล ส่งผลให้สามารถกระจายบริการไปสู่พื้นที่ห่างไกล ลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รองรับการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ และควบคุมต้นทุนการรักษาในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN