MARKETING
WDCชี้ตลาดกระเบื้องยังโตรับแรงหนุน รีโนเวตบ้านเดิมรุกเปิดเทรนด์นวัตกรรม
กรุงเทพฯ-บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระเบื้องพื้นและผนังระดับพรีเมียมของประเทศไทย ประเมินตลาดวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียมครึ่งปีหลังยังเติบโต แม้เศรษฐกิจชะลอ โดยได้แรงหนุนจากตลาดบ้านระดับบนและกระแสรีโนเวตที่อยู่อาศัยเดิม พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ รองรับ 4 เทรนด์การอยู่อาศัยปี 2026 ได้แก่ สุขภาพ ดีไซน์ธรรมชาติ พื้นที่ไร้รอยต่อ และความยั่งยืน ภายในงานสถาปนิก’69ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปีนี้อยู่ในภาวะ “ทรงตัวแบบเลือกข้าง” เนื่องจากตลาดเติบโตไม่เท่ากันทุกเซกเมนต์ โดยตลาดระดับแมส ยังได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และภาวะสินเชื่อที่เข้มงวด ขณะที่กลุ่มระดับกลางถึงบน และอัลตร้าลักชัวรี ยังคงแข็งแรง พร้อมแรงหนุนเพิ่มเติมจากตลาดรีโนเวตบ้านเดิมที่ขยายตัวต่อเนื่อง”
“สำหรับตลาดกระเบื้องไทยในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดย WDC เป็นผู้เล่น Top 3 ที่ครองตลาดรวมกันกว่า 70-80% โดยเราตั้งเป้าเติบโต 10% ในปีนี้ มาจากกระแสการซื้อบ้านมือสองและการรีโนเวตบ้านเดิม ซึ่งมีความคุ้มค่ากว่าการซื้อบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคสามารถนำงบประมาณมาปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองได้มากขึ้น"
"พฤติกรรมในการเลือกซื้อกระเบื้องของลูกค้าในปัจจุบันไม่เพียงให้ความสำคัญเรื่องราคา แต่ยังคำนึงถึง ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน ในแง่ความทนทาน และความปลอดภัยที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต จุดนี้เองคือโอกาสของ WDC ที่เรามีนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด และสร้างความแตกต่างในตลาดอย่างชัดเจน”
เปิดตัวไฮไลต์นวัตกรรมในงานสถาปนิก’69
สำหรับการเข้าร่วมงานสถาปนิก’69 ปีนี้ WDC ได้นำเสนอคอลเลกชันและนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน โดยมีไฮไลต์สำคัญ ดังนี้
MILANO SUBLIME Collection : คอลเลกชันระดับพรีเมียมที่สะท้อนความงามเชิงสถาปัตยกรรมระดับโลก โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 600 ปี ที่ลวดลายหินจากมหาวิหารDuomo di Milano กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ได้รับอนุญาตให้นำมาถอดแบบอย่างถูกต้อง ผ่านกระบวนการสแกนพื้นผิวต้นแบบอย่างละเอียด ก่อนพัฒนาเป็นกระเบื้องพอร์ซเลนระดับพรีเมียมสำหรับงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะนำกลับไปสนับสนุนมูลนิธิผู้ดูแลมหาวิหารแห่งนี้
GRAVITY Collection : นวัตกรรมกระเบื้องรุ่นใหม่ที่พัฒนาบน HARDITEC Technology เทคโนโลยีผิวกระเบื้องแบบ Ultra Scratch Resistant ให้ค่าความแข็งระดับ 9บน Mohs Hardness Scale รองจากเพชรที่ระดับ 10 และสูงกว่ามาตรฐานกระเบื้องทั่วไปที่อยู่ในระดับ 6–7 ช่วยเพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วน
เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักหรือมีการสัญจรหนาแน่น พร้อมคุณสมบัติ Stain Resistance Class 5 ต้านทานคราบสกปรกระดับสูงสุด ช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดความถี่ในการเปลี่ยนหรือซ่อมแซม และลดขยะจากงานก่อสร้างในระยะยาว สะท้อนแนวคิดด้านประสิทธิภาพควบคู่ความยั่งยืน โดยคอลเลกชันนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best Innovation Award 2026 ภายในงานสถาปนิก’69
นวัตกรรมเจ้าของรางวัล Best Innovation Award : WDC ยังได้นำนวัตกรรมที่เคยได้รับรางวัล Best Innovation Award จากงานสถาปนิกมาร่วมจัดแสดง ได้แก่ Micro-Structured Technology เทคโนโลยีพื้นผิวที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้านการกันลื่น โดยยังคงความสวยงามและสัมผัสที่สบายในการใช้งาน และ UNITEC Technology กระเบื้อง Pet-Friendly ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มความทนทาน เสถียรภาพ และตอบโจทย์บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง รวมถึงโครงการที่มีการใช้งานหนัก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญของ WDC ในการพัฒนานวัตกรรมวัสดุตกแต่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่
ชี้ 4 เทรนด์วัสดุตกแต่งปี 2026
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคไทยมีความเข้าใจเรื่องวัสดุตกแต่งมากขึ้นอย่างชัดเจน และเปิดรับแนวคิดการออกแบบระดับโลกได้รวดเร็วกว่าในอดีต จากเดิมที่เทรนด์ใหม่จากต่างประเทศอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าสู่ตลาดไทย ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแรงบันดาลใจและเลือกใช้วัสดุใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สำหรับทิศทางตลาดวัสดุตกแต่งในปีนี้ต่อเนื่องสู่ปี 2569 จะขับเคลื่อนด้วย 4 เทรนด์สำคัญ ได้แก่
1. Wellness Living ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัสดุที่ปลอดภัย ดูแลง่าย ลดการสะสมเชื้อโรค และเหมาะกับทุกคนในบ้าน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง อย่างสินค้าของ WDC เช่น MICROTEC (กันลื่น), Anti-Bacteria Technology และ UNITEC Technology ที่กันลื่น ผิวนุ่มและทำความสะอาดง่าย และยังตอบโจทย์สำหรับกลุ่ม Pet Friendly สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ได้รับการตอบรับดีมาก
2. Natural & Textured Materials วัสดุที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นลายหินอ่อน หินธรรมชาติ ไม้ หรือพื้นผิวสัมผัสพิเศษ ที่ให้ความงามเสมือนจริง แต่มีประสิทธิภาพ ทั้งความทนทาน ดูแลง่าย และใช้งานได้ยาวนาน เช่น Micro Structure Technology ที่จำลองผิวหน้าของหินทราเวอร์ทีนที่มีรูพรุนแต่ไม่เก็บฝุ่น คงความสวยงามตามธรรมชาติ แต่ดูแลรักษาง่าย
3. Seamless & Large Format Design กระเบื้องแผ่นใหญ่พิเศษช่วยลดรอยต่อ ทำให้พื้นที่ดูโปร่ง โล่ง และมีความต่อเนื่องของสเปซ ซึ่ง WDC สามารถทำให้วัสดุกลุ่มนี้มีความเสมือนจริงมากกว่าในท้องตลาด จากเทคนิคการฝังสายแร่หินให้ลงไปอยู่ในเนื้อจึงทำให้มีความใกล้เคียงกับหินจริงตามธรรมชาติอย่างมาก
4. Sustainability ผู้บริโภคเริ่มสนใจวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแบรนด์ที่มีแนวคิดความยั่งยืนมากขึ้น WDC ปีนี้เรามีนวัตกรรมใหม่ Harditec Technology ที่ ช่วยให้กระเบื้องมีคุณสมบัติคงทนขึ้นในระดับรองจากเพชร ซึ่งจะช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุบ่อยๆ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และยังลดขยะจากการทุบทำลายอีกด้วย
WDC เดินหน้าขยายการเข้าถึงลูกค้า สร้างประสบการณ์ครบวงจรผ่านโชว์รูมทั่วประเทศ
สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ WDC เดินหน้าขยายการเข้าถึงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดสาขาในหัวเมืองศักยภาพ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ สมุย และนครราชสีมา ซึ่งรวมกันแล้วจะมีทั้งหมด 9 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งยังยกระดับโชว์รูมสู่ Experience Center ที่ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของบ้าน ผู้พัฒนาโครงการ สถาปนิก และนักออกแบบ เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริงและเลือกวัสดุได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ทั้งนี้ยังมีทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้า การตรวจสอบคุณภาพ การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่งถึงหน้างาน ตอกย้ำจุดยืนการเป็นพาร์ทเนอร์ครบวงจรที่พร้อมสนับสนุนความสำเร็จของทุกโครงการ
"หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ WDC คือการสร้างความพึงพอใจและส่งมอบทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเรามุ่งคัดสรรกระเบื้องคุณภาพพรีเมียมที่โดดเด่นด้านดีไซน์ ผสานเทคโนโลยีทันสมัยเทียบเท่ากับต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ทุก Pain Point ของการอยู่อาศัย นอกจากนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน WDC ยังดึงจุดแข็งด้านเครือข่ายแหล่งผลิตที่หลากหลายจากทั่วโลก มาเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด" คุณบัณฑิต กล่าวปิดท้าย
