IN NEWS
ชี้ยอดหลังปิดรับรถพุ่งพวง'ไทยช่วยไทย' ทะลุ10,397รายกรองอีกรอบก่อนแจกเงิน
กรุงเทพฯ-ปิดรับสมัคร “รถพุ่มพวงไทยช่วยไทย” ทะลุ 10,397 ราย รัฐบาลเดินหน้ากระจายของถูกถึงชุมชนทั่วประเทศ หนุนรายได้ฐานราก–ลดค่าครองชีพประชาชน
เมื่อ(8 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง” ซึ่งดำเนินการโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศอย่างคึกคัก หลังปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.59 น. มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 10,397 ราย
แบ่งเป็น รถสามล้อพ่วงข้าง 4,535 ราย คิดเป็นร้อยละ 43.62 รถยนต์ 3,539 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.04 และรถจักรยานยนต์ 2,323 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.34 สะท้อนความพร้อมของผู้ประกอบการรายย่อยและเครือข่ายค้าขายเคลื่อนที่ทั่วประเทศ ที่พร้อมร่วมเป็นกลไกสำคัญในการนำสินค้าราคาประหยัดส่งตรงถึงชุมชนและประชาชนในทุกพื้นที่
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการยกระดับ “รถพุ่มพวง” ให้เป็นมากกว่ารถขายของทั่วไป แต่เป็น “โครงข่ายเศรษฐกิจเคลื่อนที่” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการฐานราก กระจายสินค้าไทย สินค้าชุมชน และสินค้าจำเป็นไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ชุดสินค้าเริ่มต้น และระบบสนับสนุนการจำหน่าย โดยแบ่งตามประเภทรถ ได้แก่ รถยนต์สนับสนุนค่าน้ำมัน 750 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 3,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อพ่วงข้าง 375 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,500 บาทต่อเดือน และรถจักรยานยนต์ 250 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,000 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังได้รับ “ชุดสินค้าเริ่มต้น” สำหรับนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ในชุมชน โดยคาดการณ์กำไรเฉลี่ยประมาณ 400 บาทสำหรับรถยนต์ 224 บาทสำหรับรถสามล้อพ่วงข้าง และ 113 บาทสำหรับรถจักรยานยนต์ พร้อมสามารถรับออเดอร์สินค้าล่วงหน้า (Pre-Order) ผ่านกลุ่มไลน์ของไปรษณีย์อำเภอ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการกระจายสินค้าให้ประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการจังหวัด และติดตั้งป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงสามารถนำสินค้าตามโครงการไปจำหน่ายร่วมกับสินค้าที่จำหน่ายตามปกติได้
“รัฐบาลไม่ได้มองรถพุ่มพวงเป็นเพียงช่องทางขายสินค้า แต่คือเครื่องมือสำคัญในการดูแลปากท้องประชาชน ลดค่าครองชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียนในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวลลิดา กล่าว
