THAILAND

อดีตสาวฉันทนาพลิกชีวิตสาน‘เข่งปลาทู’ ส่งลูกเรียน/รายได้แค่ครึ่งเดือนรับ3พัน



ปราจีนบุรี – เรื่องดีดี  หญิงแกร่งวัย 63 ปี ไม่ยอมงอมืองอเท้าหลังเกษียณ เปลี่ยนไม้ไผ่เหลือทิ้ง   สานเป็น ‘เข่งปลาทู’ สร้างอาชีพมหัศจรรย์ รายได้งาม 2 สัปดาห์คว้า 2,500 บาท เผยเคล็ดลับส่งลูกเรียนจบได้เพราะงานฝีมือ วอน อบต. ช่วยเป็นศูนย์กลางจำหน่าย ตัดวงจรพ่อค้าคนกลางเสริมความยั่งยืน

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากนายอมร กลิ่นขำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา(อบต.) ว่า ได้การประชุมขับเคลื่อนโครงการเชิงปฏิบัติการโครงการ SMART CITY " สำพันตาเมืองอัจฉริยะ" ฝ่ายบริหาร พร้อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (ส.อบต.) และ ผู้นำท้องถิ่น ได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว  และที่หมู่บ้านแก่ง หมู่ 4 ต.สำพันตา อ.นาดี     มีเรื่องราวดีดีของผู้สูงอายุที่ใช้เวลาว่างนำโดย นางศิริลักษณ์ ม่วงงาม หญิงแกร่งวัย 63 ปี ที่กลายเป็นต้นแบบการสู้ชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน หลังเจ้าตัวใช้เวลาว่างจากการเลี้ยงหลาน ปลุกปั้นงานหัตถกรรม “สานเข่งปลาทู” จนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่รอเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  และยังมีผู้สูงวัยรายอื่น ๆ สานเข่งปลาทูขายที่จะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมครัวเรือนนี้เป็นอีกจุดเด่นองชุมชนสู่โครงการ SMART CITY " สำพันตาเมืองอัจฉริยะ"ได้

พบนางศิริลักษณ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในอดีตตนทำงานในโรงงานย่านนิคมอุตสาหกรรม หรือที่เรียกกันว่า “สาวฉันทนา” จนกระทั่งเกษียณอายุในวัย 55 ปี จึงได้กลับมาอยู่บ้านถาวร โดยนำความรู้เรื่องการสานเข่งปลาทูที่เคยทำเป็นอาชีพเสริมในสมัยทำงานโรงงาน มายกระดับเป็นอาชีพหลักเพื่อส่งเสียลูกๆ จนปัจจุบันลูกทุกคนเรียนจบ มีครอบครัว และแยกย้ายไปทำงานอย่างมั่นคงแล้ว

“จุดเด่นของอาชีพนี้คือเราทำงานอยู่กับบ้าน ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย การลงทุนน้อยแต่กำไรดีมาก” นางศิริลักษณ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมเล่าเสริมว่าวัตถุดิบหลักคือไม้ไผ่สีสุกและไม้ไผ่ป่า ซึ่งมีปลูกอยู่รอบรั้วบ้าน หรือบางครั้งก็ไปขอรับช่วงต่อจากชาวบ้านที่ขายไม้ทำข้าวหลาม โดยเลือกใช้ส่วน “โคนไม้ไผ่” ที่มักจะถูกทิ้งเปล่ามาสร้างมูลค่า ไม้ไผ่ลำใหญ่เพียง 1 ต้น สามารถสานเข่งขายได้เงินกว่า 1,000 บาท ขณะที่ต้นทุนอื่นๆ มีเพียงเชือกมัดขอบที่ซื้อมาเพียง 1 กิโลกรัม แต่ใช้ได้นานถึง 2 ปี

สำหรับขั้นตอนการผลิตนั้น ต้องอาศัยความชำนาญตั้งแต่การเลือกไม้ไผ่มาเลื่อยเป็นปล้อง ผ่าซีก และใช้กบไสจนบางเพื่อทำเป็นตอก ก่อนจะนำมาสานเป็นแผงตาชะลอมตามขนาดต่างๆ เช่น เข่งเล็กใช้ตอก 24 เส้น สานวนข้างละ 4 เส้น ส่วนเข่งใหญ่ใช้ข้างละ 5 เส้น จากนั้นจึงนำมาขึ้นรูปตามแบบทรงกลม ตัดขอบ และมัดให้แน่นด้วยเถาหญ้านางหรือเชือกฟาง บรรจุเป็นพวงละ 50 ใบ เพื่อรอพ่อค้ามารับซื้อ

ปัจจุบันราคาจำหน่ายแบ่งตามขนาด:
•    ขนาดหน้า 5: ราคาใบละ 3 บาท
•    ขนาดหน้า 6: ราคาใบละ 6 บาท
•    ขนาดหน้า 8: ราคาใบละ 8 บาท (เฉลี่ยร้อยละ 50 - 100 บาท ตามขนาด)

นางศิริลักษณ์ ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันตนเป็นเพียงบ้านหลังเดียวในหมู่บ้าน  ที่ทำการสานเข่งปลาทูครบวงจรจนสำเร็จรูป ขณะที่คนอื่นๆ มักทำเพียงแค่แผงสานส่งต่อ   ตนและชาวบ้านจึงอยากให้ องค์การบริหารส่วนตำบลสำพันตา (อบต. ) เข้ามาช่วยเป็นตัวกลางในการรวบรวมผลิตภัณฑ์และจัดจำหน่ายโดยตรง ในการทำด้านการตลาด ช่องทางจำหน่าย   เพื่อแก้ปัญหาราคาที่อาจถูกกดจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุในชุมชนมีรายที่มั่นคงและยั่งยืนสืบไป

มานิตย์ สนับบุญ- ข่าว / ณัฐนันท์ – ภาพ / ปราจีนบุรี