POLITICS
'รมช.ก้อ'บุกกาฬสินธุ์รับฟังปัญหานากุ้ง หลังกุ้งราคาดิ่งเหว196ผู้เลี้ยงขาดทุนยับ
กาฬสินธุ์-“เสี่ยก้อ” รมช.เกษตรฯ นำทีมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และสส.กาฬสินธุ์ ลุยแก้ปัญหากุ้งก้ามกรามราคาตก-วิกฤติภัยแล้งหลายพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ เล็งจัดงานมหกรรมกินกุ้งกาฬสินธุ์ ดึงนักท่องเที่ยว และเปิดช่องทางการตลาด สร้างรายได้ แก้ปัญหาราคากุ้งให้กับเกษตรกร พร้อมกำชับให้เขื่อนลำปาวบริหารจัดการน้ำให้ที่ดีสุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด พร้อมเตรียมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันและพัฒนาให้เขื่อนลำปาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คสร้างรายได้ในพื้นที่ และ “เสี่ยก้อ”รมช.เกษตรฯ-“บักหล่าเบ๊นซ์”สางปัญหาน้ำแล้ง บ้านโนนค้อที่ยื้อมา 40 ปี พื้นที่ ต.นาทัน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่สถานีสูบน้ำบ้านแสนสำราญ ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร และรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมมอบปัจจัยการผลิต และไข่ไก่ให้กับเกษตรกร
โดยมีนายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 นายเอกรัตน์ มิสา นอภ.ยางตลาด นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด ประธานสันนิบาตเทศบาล จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรให้การต้อนรับ และรายงานสภาพปัญหา

นายทำนอง แก้มสิมมาพร รองนายกอบต.นาเชือก และประธานกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามตำบลนาเชือก ได้รายงานสภาพปัญหาของเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามว่า สำหรับพื้นที่ตำบลนาเชือก มีเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จำนวน 8 หมู่บ้าน และขึ้นทะเบียนกับประมง จ.กาฬสินธุ์ 196 ราย รวมพื้นที่ ประมาณ 1,499.50 ไร่ ปัจจุบันประสบปัญหากุ้งไม่สามารถจำหน่ายออกสู่ตลาดได้ ทำให้กุ้งตกค้างในบ่อเลี้ยงจำนวนมาก เฉลี่ยรายละ 200-300 กิโลกรัม เกษตรกรต้องแบกภาระเลี้ยงต่อ ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังประสบปัญหาราคาตกต่ำ เนื่องจากภาวะวิกฤตน้ำมันขาดแคลนและแพงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พ่อค้า กดราคาจาก กิโลกรัมละ250 บาท เหลือ กิโลกรัมละ 200 บาท ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจทำประชาชนขาดกำลังซื้อ จึงทำให้กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ตกค้างจำนวนมาก จึงอยากให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนการการผลิต และหาตลาดขายกุ้ง เพื่อระบายกุ้งออกสู่ตลาดโดยเร็ว
ด้านนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้พาคณะผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่มารับทราบปัญหาด้วย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องกุ้งก้ามกรามที่ราคาตกต่ำ และตกค้างในบ่อจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาต้นทุนการผลิต เช่น อาหารแพง ซึ่งหลังจากรับทราบปัญหาจากพี่น้องเกษตรกรแล้ว จะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งการช่วยเหลือเรื่องต้นทุนผลิต ค่าอาหารที่สูงขึ้น ส่วนเรื่องกุ้งราคาตกต่ำค้างบ่อ ซึ่งอาจจะต้องมีการหาช่องทางการตลาด และสถานที่จำหน่ายให้เกษตรกรเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนมาช่วยกันกินกุ้ง และจะมีการจัดงานเทศกาลกินกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ ที่อำเภอยางตลาดเป็นประจำทุกปีต่อไป
สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และส่งไปขายในจังหวัดต่างๆรวมถึงที่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอยู่ใน 3 อำเภอ 5 ตำบล คือ คือ อำเภอยางตลาด ในเขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก และ ต.เขาพระนอน อ.เมือง ในเขต ต.ลำคลอง อ.ห้วยเม็ก ในเขต ต.หัวหิน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม 1,220 ราย พื้นที่ 8,540 ไร่ ผลผลิต ประมาณ 3,160 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 790 ล้านบาท ซึ่งแต่ละปีสร้างสามารถขาย ส่งออกสร้างรายได้สู่ จ.กาฬสินธุ์หลายพันล้านบาท โดยปัจจุบันกุ้งก้ามกร้ามจังหวัดกําฬสินธุ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI “กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์”
อย่างไรก็ตามสำหรับการลงพื้นที่ของ รมช.เกษตรฯในครั้งนี้ ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และปลานิลกระชังเขื่อนลำปาว ได้แจ้งปัญหาด้านแหล่งน้ำไม่เพียงพอ และการตลาด ซึ่งเป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นหลังประสบกับปัญหาพลังงานเชื้อเพลิง ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ส่งผลให้กุ้งก้ามกรามที่ได้อายุจับจำหน่ายตกค้างในบ่อเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด และช่วงเขื่อนลำปาวปิดการส่งน้ำ จึงไม่มีน้ำสำหรับเปลี่ยนถ่ายในบ่อกุ้ง น้ำจึงเน่าเสียง่าย เป็นสาเหตุทำให้กุ้งน็อคตายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรต้องเร่งจับจำหน่าย เพื่อลดความเสียหาย และปรับลดราคาลง กก.ละ100-200 บาท
ขณะที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังเขื่อนลำปาว ยังประสบกับปัญหาราคาตกต่ำมาก จากเดิมราคา กก.ละ 80-90 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง กก.ละ 35 บาทเท่านั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและปลากระชัง ในรูปแบบจัดหาตลาดจำหน่ายผลผลิตที่ล้นตลาด รวมถึงการแปรรูปด้วย
จากนั้นเวลา 11.55 น.นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมกับปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ มอบปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร รับฟังการบรรยายและสรุปโครงการ และเยี่ยมชมนิทรรการ โดยมีนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายวัชระ ไกรสัย ผอ.สำนักชลประทานที่ 6 นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1นายสำรวย อินพิทักษ์ ผอ.โครการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนให้การต้อนรับ
ทั้งนี้นายวัชระพล ได้กำชับให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาวอย่างเป็นระบบและให้ที่ดีสุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด นอจากจากนี้ทางกระทรวงกระเกษตรฯ ยังจะมีการร่วมกันกับหน่วยงานทุกภาคส่วน และกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องผลักดันและพัฒนาให้เขื่อนลำปาว นอกจากจะเป็นเขื่อนเพื่อการเกษตรแล้ว จะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คสร้างรายได้ในพื้นที่ในอนาคตอีกด้วย
นอกจากนี้ในช่วงเช้าเวลา 10.00 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะยังได้ลงพื้นที่ติดตามงานการพัฒนาแหล่งน้ำที่บ้านลาดสระบัว ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์อีกด้วย
รมช.เกษตรฯ-“บักหล่าเบ๊นซ์”สางปัญหาน้ำแล้ง บ้านโนนค้อที่ยื้อมา 40 ปี

เวลา 16.00 น. ที่ศาลาประชาคมบ้านโนนค้อ หมู่ 12 ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่รับฟังปัญหา และสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาภูพาน
โดยมี "บักหล่าเบ๊นซ์" นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 นายธนกร บุญซ้อน นายอำเภอคำม่วง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักชลประทานที่ 6 หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และประชาชนให้การต้อนรับ และรายงานสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ และความต้องการของประชาชน
นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการน้ำในพื้นที่ อ.คำม่วง จากนายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ สส กาฬสินธุ์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น สส.พื้นที่ และมีความเป็นห่วงในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต่อมามีการติดตามเรื่อง ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความต้องการด้านแหล่งน้ำ ของพี่น้องประชาชนใน ต.นาทัน 16 หมู่บ้าน
โดยเฉพาะบ้านโนนค้อ 5 หมู่บ้าน ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะลำห้วยแล้ง ที่รองรับน้ำฝนไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ เนื่องจากตื้นเขินและคับแคบ ขณะที่หากขุดเจาะน้ำบาดาล ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ เพราะน้ำมีสภาพเค็ม ทั้งนี้จากการรายงานของพื้นที่ ยังทราบว่าปัญหา และความต้องการดังกล่าว ได้เคยถวายฎีกา เมื่อปี 2551 และสำนักชลประทานที่ 6 ได้ลงพื้นที่สำรวจในปี 2554 หลังจากนั้นก็เว้นวรรคไป

นายวัชระพล กล่าวอีกว่า หลังลงพื้นที่รับทราบปัญหา ก็จะได้ประสานหน่วยงานที่่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งกำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ส่วนงบประมาณนั้น อาจจะเป็นปีงบประมาณปี 2570 หรือ 2571 ซึ่งจะได้เร่งผลักดันดำเนินการให้เร็วที่สุด
ด้านนายบุญนำ ด้วยโชติ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 บ้านโนนค้อ กล่าวว่า ชาวบ้านโนนค้อ และอีกหลายหมู่บ้าน ในเขต ต.นาทัน ประสบภัยแล้งซ้ำซากทุกปี เนื่องจากแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ตื้นเขิน ในฤดูแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคไม่เพียงพอ ฤดูแล้งชาวบ้านส่วนใหญ่จึงว่างงาน ต้องซื้อน้ำกิน น้ำใช้ และมีการอพยพแรงานไปทำงานต่างจังหวัด
"ชาวบ้าน ต.นาทัน รอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาดำเนินการแก้ปัญหา ตลอด 40 ปีที่รอคอย เพิ่งจะมาพบแสงสว่างในวันนี้ ต้องขอขอบคุณ สส.ณัฐวัชต์ พิมพะะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่ช่วยติดตามเรื่อง และนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตลอดจน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาล ในการลงพื้นที่ และจะผลักดันโครงการนี้ ให้การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำให้หมดไป หลังจากที่รอคอยมาตลอด 40 ปี" นายบุญนำ กล่าวในที่สุด
ทั้งนี้ ด้วยผู้ใหญ่บ้านโนนค้อ หมู่ที่ 8 ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีหนังสือที่พิเศษ นค -01/2562 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เรียน เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ขอให้พิจารณาโครงการอ่างเก็บน้ำหัวยแล้ง (ถ้ำเจี่ย) ซึ่งเดิมผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (นายเดชา ตันติยวรวงค์) ได้กราบทูลฝ่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสว่างควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านโคกสนาม อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2551 ถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค
สำนักงานชลประทานที่ 6 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการพิจารณาสภาพพื้นที่ และข้อมูลทางด้านวิศวกรรม เบื้องต้นพบว่า พื้นที่ที่ราษฎรร้องขอโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแล้ง (ถ้ำเจี่ย) บริเวณบ้านโนนค้อ ตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก เขตป่าสงวนแห่งชาติภูพาน เนื้อที่ประมาณ 228.65 ไร่ จึงต้องดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (EE)
ในการนี้กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงขอความอนุเคราะห์สำนักบริหารโครงการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เพื่อนำไปใช้ประกอบการ ขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
