IN NEWS
ปลัดเกษตรฯถกบอร์ดนมโรงเรียนปี2569 เด็กต้องได้ดื่ม260วัน/30วันแรกดื่มUHT
กรุงเทพฯ-กระทรวงเกษตรฯ รุดขับเคลื่อนนมโรงเรียนปี 69 ชูมาตรการดูแลอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ควบคู่การสร้างเสถียรภาพน้ำนมดิบหนุนเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 7/2569 โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 135 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดสรรสิทธิในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 โดยยึดหลักเกณฑ์ความโปร่งใสและเป็นธรรมตามประกาศหลักเกณฑ์เดิมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบทางกฎหมายต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามระเบียบมาโดยตลอด ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของชุดเฉพาะกิจได้มีการปรับลดปริมาณน้ำนมดิบรวมกว่า 77 ตันเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการผลิตจริง อีกทั้ง มีการพิจารณาคืนสิทธิให้กับผู้ประกอบการบางรายที่อุทธรณ์ในประเด็นทางเทคนิคที่มีหลักฐานการซื้อขายชัดเจน โดยยืนยันว่าการพิจารณาทั้งหมดมุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ของเกษตรกรและคุณภาพน้ำนมที่จะส่งถึงมือเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ
สำหรับที่ประชุมได้กำหนดกรอบเวลาการประกาศผลการจัดสรรสิทธิให้อยู่ภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เพื่อเร่งดำเนินการให้เด็กนักเรียนได้รับนมเร็วที่สุดภายหลังเปิดภาคเรียน แม้จะมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการทำสัญญาที่กระชั้นชิด แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มพื้นที่เร่งประสานงานเพื่อความต่อเนื่องในการส่งมอบนม โดยวางเป้าหมายสูงสุดให้เด็กทุกคนได้รับนมครบตามสิทธิ 260 วันต่อปีการศึกษา ทั้งนี้ หากสถานศึกษาใดไม่สามารถเริ่มส่งนมได้ทันตามกำหนด ให้ดำเนินการจัดซื้อชดเชยในช่วงวันหยุดหรือช่วงปิดภาคเรียนให้ครบถ้วน เพื่อรักษามาตรฐานด้านสุขภาพและโภชนาการที่ดีของนักเรียนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ นายวิณะโรจน์ยังกล่าวถึงมาตรการเสริมสร้างเสถียรภาพด้านปริมาณน้ำนมดิบและสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบในหลักการขอความร่วมมือหน่วยจัดซื้อให้พิจารณาจัดซื้อนม UHT ชนิดกล่อง ขนาด 200 มล. ในช่วง 30 วันแรกของภาคเรียนในราคาพิเศษหน่วยละ 7.35 บาท ซึ่งเท่ากับราคานมพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อเป็นการจูงใจหน่วยงานและลดภาระในการขนส่งในช่วงเริ่มต้นภาคเรียน อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้เป็นการขอความอนุเคราะห์ตามความสมัครใจของหน่วยงานจัดซื้อเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยังคงมาตรการตรวจสอบคุณภาพและสต็อกน้ำนมดิบอย่างเข้มงวดตลอดทั้งปี ซึ่งหากตรวจสอบพบการกระทำผิดเมื่อใดจะดำเนินการลงโทษตามเกณฑ์ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในโครงการฯ ให้โปร่งใสและเป็นธรรมต่อไป
