IN NEWS

นายกฯถกเอกอัครราชทูต2ปท.ประจำไทย ‘เปรู’ลุ้นFTA-บังกลาเทศชู6ข้อเชื่อมไทย



กรุงเทพฯ-นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตเปรูฯ ในโอกาสอำลาตำแหน่ง ชื่นชมบทบาทกระชับสัมพันธ์ไทย–เปรู ครบรอบ 60 ปี เชื่อมโยงโลจิสติกส์และการค้า FTA ใกล้ปิดดีล นอกจากนี้ยังได้ หารือเอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ เดินหน้าเชื่อมโยงคมนาคมทางเรือ–เที่ยวบิน และความมั่นคงทางอาหาร ผลักดันไทยเป็นสะพานเชื่อม ASEAN–BIMSTEC สร้างโอกาสและเสถียรภาพของภูมิภาค

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวเซซิเลีย ซูนิลดา กาลาร์เรตา บาซัน (H.E. Ms. Cecilia Zunilda Galarreta Bazán) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่

โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตเปรูฯ ได้หารือกันอย่างเป็นกันเอง โดยเอกอัครราชทูตเปรูแสดงความประทับใจต่อประเทศไทยและชื่นชมความร่วมมือที่ไทยมอบให้แก่เปรูมาโดยตลอด พร้อมทั้งกล่าวว่า ไทยและเปรูมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–เปรู รวมทั้งกระชับความร่วมมือในหลากหลายมิติ

ประเด็นหลักในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีต่อความคืบหน้าในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–เปรู และหวังว่าจะสามารถเร่งรัดการเจรจาเพื่อให้มีการลงนามได้ภายในปีนี้

ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายต่างมองว่า ไทยและเปรูต่างเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการเกษตร จึงเห็นพ้องว่ายังมีโอกาสขยายความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมากในอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมยินดีให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญเพื่อป้อนอาหารสู่เปรู รวมถึงภูมิภาคอเมริกาใต้

ด้านโลจิสติกส์ เอกอัครราชทูตเปรูฯ ได้กล่าวถึงโครงการท่าเรือชางไก (Chancay Port) ซึ่งประเทศไทยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างอเมริกาใต้กับอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นประตูสำคัญของภูมิภาค

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตเปรูฯ สำหรับการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย–เปรู พร้อมอวยพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่อไป โดยย้ำว่าเอกอัครราชทูตฯ จะยังคงเป็นมิตรที่ดีของประเทศไทยเสมอ และยินดีต้อนรับกลับมาเยือนไทยในทุกโอกาส

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตบังกลาเทศ ผลักดันไทยเชื่อม ASEAN–BIMSTEC

และ เวลา 10.00 น. ได้หารือกับ นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี (H.E. Mr. Faiyaz Murshid Kazi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยภายหลังเสร็จสิ้น มีสาระสำคัญของการหารือ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยกับบังกลาเทศตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง โดยมองความร่วมมือไทย–บังกลาเทศไม่เพียงในมิติทวิภาคี แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

1. ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเริ่มต้นเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับบังกลาเทศ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยมุ่งหวังให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

2. ด้านการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการขนส่งระหว่างท่าเรือระนองของไทยกับท่าเรือจิตตะกองของบังกลาเทศ นอกจากนี้ ฝ่ายบังกลาเทศยังสนใจให้มีการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับเมืองจิตตะกอง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง และการเชื่อมโยงระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ

3. ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ในปี 2568 ประเทศไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากบังกลาเทศมากกว่า 140,000 คน และยืนยันความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ ขณะที่ฝ่ายบังกลาเทศเน้นย้ำความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ

4. ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในมิติการเกษตรและสาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคอย่างยั่งยืน

5. ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อผลสำเร็จของการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างไทยกับบังกลาเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายบังกลาเทศยังได้ชื่นชมความพยายามและผลการดำเนินงานของไทยในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

6. ความร่วมมือภายใต้กรอบ BIMSTEC นายกรัฐมนตรียืนยันการสนับสนุนการดำรงตำแหน่งประธาน BIMSTEC ของบังกลาเทศในช่วงปี 2568 – 2570 อย่างเต็มที่ โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกทุกประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงการผลักดัน “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030” (BIMSTEC Bangkok Vision 2030) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ไทยมองบทบาทของประเทศในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่าง ASEAN กับ BIMSTEC เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การคมนาคม ห่วงโซ่อุปทาน และความมั่นคงของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือภายใต้กรอบ BIMSTEC ไม่เพียงเป็นโอกาสของประเทศสมาชิกเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงร่วมกันของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวอวยพรและแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ พร้อมเน้นย้ำการสานต่อความร่วมมือทวิภาคีไทย–บังกลาเทศ บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งเสริมความเชื่อมโยงและเสถียรภาพของภูมิภาค