LEARNING
ผู้ปค.ร.ร.อนุบาลนครปฐมรับได้ค่าเทอม 1.7พันบาทไม่แพงอาหารฟรี-ไม่ติดเกม
นครปฐม-ผู้ปกครองรับได้ 1700 บาทได้อาหารวิชาการได้เตรียมความพร้อมดีกว่าติดเกมยั้งหากไปเรียนเอกชนใช้เงินไม่ต่ำกว่า 3000 บาทต่อคนและไม่ครบทุกวิชาถือว่าอนุบาลนครปฐม ทำได้ดีในส่วนที่ดูแลนักเรียน เป็นการตอกย้ำดังที่มีการนำข้อมูลจากผู้ปกครองที่ทวงถามถึงความเหมาะสมบริหารการเพียงแต่ศาลเปลี่ยนความพร้อมก่อนการศึกษา ขณะที่การบริหารภายในพบมีพิรุธในการใช้จ่ายเงินจนเป็นหนี้สินกับภาคเอกชนล้านบาทเตรียมตัวดำเนินคดีทุกรายย้อนหลัง
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม นำคณะผู้บริหาร ครูผู้สอนออกมาชี้แจงกรณี เพจดังมีการแชร์ ภาพและข้อความ เป็นการทวงถามถึงการบริหารจัดการการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน มูลค่า 2.38 ล้านบาท โดยระบุเป็นไปตามกระบวนการอย่างถูกต้องและเป็นมติของคระกรรมการขั้นพื้นฐานและผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังพบปมการแบ่งกลุ่มเพื่อต้องการหาผู้อำนวยการคนที่เป็นพวกพ้องมาดำเนินการ เพราะอาจมีการเสียประโยชน์

โดยบรรยากาศที่ หน้าโรงเรียนอนุบาลนครปฐมถึงบรรยากาศหลังเลิกเรียนซึ่งจะมีการแบ่งเวลาออกเป็นช่วงเวลาเช้า 06.00 -08.00น. เย็น 15.00-17.30 น. โดยผู้ปกครองได้เดินทางมารับบุตรหลานตามปกติเวลาเลิกเรียนซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปอย่างคึกคัก
จากการสอบถาม นางวิไล(นามสมมุติ) หนึ่งในผู้ปกครองที่เดินทางมารับนักเรียน ที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลนครปฐมแห่งนี้ ได้เปิดเผยในเบื้องต้นให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวที่กำลังอยู่ในโลกโซเชียล ซึ่งให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า โดยส่วนตัวแล้วเรื่องลบไม่ขอพูด แต่จะขอพูดในเรื่องที่ตนเองประสบด้วยตนเอง หมายถึง เป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งนักเรียนมาเรียนในช่วงปิดภาคเรียน คิดว่า ดีกว่าปล่อยให้ลูกอยู่บ้านในช่วงปิดเทอม เนื่องจากเด็กยุคนี้ติดโซเชียล ติดแท็บเล็ต ฉะนั้นการที่มาเรียนปรับพื้นฐาน ถือเป็นประโยชน์ของเด็ก ซึ่งได้เนื้อหาในปีถัดไปที่จะต้องเข้าเรียนอยู่แล้ว ได้เข้าสังคมได้เจอเพื่อนๆได้เจอครูใหม่ และได้เตรียมตัว สำหรับค่าใช้จ่ายราคา 1,700 บาท ที่ผู้ปกครองต้องเสียไปนั้น ตนเองมองว่าถ้าเรียนติวเตอร์ข้างนอก มีราคาสูงแพงกว่านี้แน่นอน แต่มาที่โรงเรียน กลับมีอาหารกลางวันให้พร้อม และมีของว่างมี นม มีชีสมีใบงานให้เด็กได้ทำ ได้เรียนรู้พัฒนาการเด็กก็ดีขึ้นด้วย และที่สำคัญสำหรับเรื่องราวที่ออกมานั้นผู้ปกครองควรใช้วิจารณญาณ เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้มีการบังคับให้นักเรียนเรียนทุกคนในช่วงปิดภาคเรียน เพราะในเอกสารได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าแล้วแต่ความสมัครใจ
"แม่มองว่า 1,700 บาทไม่แพง และลูกก็มีการเรียนดีขึ้น หากเราส่งติวเตอร์ในงบ 1,700 บาทต่อคนต่อเดือนไม่สามารถเพียงพอ หากเทียบการเรียนติวเตอร์ต่อเดือนถึง 3,000 บาท แต่เป็นเพียงรายวิชาเท่านั้น สำหรับที่โรงเรียน 1,700 บาท สอนทุกรายวิชาสำคัญที่ควรจะต้องใช้ต้องเรียนในปีถัดไป มีอาหารกลางวันให้ด้วย และมีเรื่องของพัฒนาการกีฬาต่างๆ ครูที่สอนต่างชาติก็เป็นครูเนทีฟ สปีคกิ้ง เด็กก็จะได้พื้นฐานด้านนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนอกเหนือจากได้ความรู้แล้วยังมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอีกด้วย" นางวิไล (นามสมมติ) กล่าว
ขณะที่วันเดียวกันในฝ่ายบริหารการศึกษาได้มีการดำเนินคดีทางกฎหมาย ผู้บริหารที่เข้าไปเปิดคอมพิวเตอร์ของรองผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นความประพฤติที่ไม่เหมาะสม และยังมีข้อมูลในการสอบสวนข้อเท็จจริงในการบริหารงานในการเบิกจ่ายวัสดุ อุปกรณ์ซึ่งมี ผู้ประกอบการมีการทวงถามจากการบริหารงานของผู้บริหารชุดเก่าที่พบความผิดปกติหลายรายการ และมีการเตรีมดำเนินคดีทางกฏหมายย้อนหลังไปอีกหลายรายด้วย
