BUSINESS
เจแอนด์ทีเอ็กซ์เพรสผนึกกรมสรรพสามิต ลงนามเอ็มโอยูยกระดับดูแลโลจิสติกส์
กรุงเทพฯ – 18 พฤษภาคม 2569 เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนและโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมสรรพสามิต เพื่อยกระดับกลไกความร่วมมือเชิงระบบ โดยอาศัยเครือข่ายโลจิสติกส์ทั่วประเทศในการป้องกันและสกัดกั้นสินค้าต้องสงสัยที่เข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิต พิธีลงนามจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่กรมสรรพสามิต โดยมี ดร. สุธีมนต์ อักเกอร์เวล ประธานบริษัท และ ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นผู้แทนลงนาม
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การปราบปรามสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีของกรมสรรพสามิตในปี 2569 ภายใต้นโยบาย “ปราบปรามเชิงรุก ยุติวงจรผิดกฎหมาย” ซึ่งมุ่งเน้นการตรวจสอบเชิงรุก การตัดวงจรอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย และการบูรณาการฐานข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการเชิงรุกด้วยการใช้ฐานข้อมูล (Data-Driven Enforcement) ควบคู่กับการวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและตรวจจับสินค้าผิดกฎหมายในเครือข่ายโลจิสติกส์

ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2568 ภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance: สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์” ของกระทรวงการคลัง โดยในปีนี้ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงการยกระดับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในเชิงปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างระบบกำกับดูแลร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น
ภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนากลไกการตรวจสอบ คัดกรอง และติดตามพัสดุต้องสงสัยอย่างเป็นระบบ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานร่วมเฉพาะกิจ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดี ควบคู่ไปกับการรักษาความต่อเนื่องของบริการโลจิสติกส์ และเสริมสร้างศักยภาพในการตอบสนองต่อความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในห่วงโซ่อุปทาน
ในมิติองค์กร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับระบบบริหารความเสี่ยง เสริมสร้างศักยภาพด้านข้อมูล และพัฒนากระบวนการกำกับดูแลภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยให้สอดรับกับบริบทการกำกับดูแลในยุคดิจิทัล
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลโลจิสติกส์ของประเทศ สะท้อนบทบาทความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับความโปร่งใสและความเป็นธรรมทางการค้า พร้อมวางรากฐานสู่ระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และความสามารถในการรับมือความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
