BUSINESS
'วราวุธ'เดินเครื่องONE MINDสั่งดีพร้อม ปลุกSME-ชุมชนไทยสู่ศก.มูลค่าสูง
กรุงเทพฯ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569- นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” มอบหมายกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม เงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายตลาด ภายใต้แนวคิดการทำงานเชิงรุกผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศ
โดยวางบทบาทให้ดีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย (Industrial Transformation Hub) เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Smart & Green Industry) ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านศักยภาพการแข่งขัน นวัตกรรม และความยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้เร่งขับเคลื่อน 3 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มูลค่าสูง มุ่งส่งเสริมการพัฒนา “ผ้าไทย” ยกระดับเทคโนโลยีเส้นใย นวัตกรรมการทอ และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน ต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พร้อมผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก
อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง มุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ผ่านการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม การแปรรูป และเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พร้อมต่อยอดสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ (BIO Industry) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชน พร้อมผลักดันสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและอาหารแห่งอนาคตเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจไทย
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยการลงพื้นที่วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาของผู้ประกอบการแบบเฉพาะพื้นที่ เพื่อออกแบบแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด และเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครื่องมือและเครือข่ายสนับสนุนให้เข้าถึงผู้ประกอบการได้รวดเร็วและตรงจุด

พร้อมกันนี้ ยังเร่งช่วยเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน ปรับตัวรับกติกาโลกใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง CBAM, Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero ผ่านการสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว พลังงานสะอาด และโมเดลเศรษฐกิจ BCG ควบคู่กับการผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจฐานรากไทยในระยะยาว "วันนี้โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมไทย ไม่ใช่เพียงการรักษาความสามารถในการแข่งขัน แต่ต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนที่ถือเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ เพราะหากเอสเอ็มอี ยังต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต หรือยังไม่สามารถเติบโต เศรษฐกิจฐานรากและห่วงโซ่อุตสาหกรรมของประเทศก็จะได้รับผลกระทบ กระทรวงจึงต้องทำงานเชิงรุกเพื่อเชื่อมเทคโนโลยี นวัตกรรม เงินทุน และตลาดเข้าสู่ผู้ประกอบการให้ได้จริง รวมถึงเรื่องการปรับตัวในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ได้มาตรฐานสากลด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคง สร้างความเชื่อมั่น เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ และยั่งยืนในระยะยาว" นายวราวุธ กล่าว
