LEARNING
มจธ.จัด'Project Day 2026'รวมสุดยอด สิ่งประดิษฐ์วิศวะ-ไอเดียของเด็กวิศวะ
กรุงเทพฯ-หนึ่งในเป้าหมายในการพัฒนานักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คือ การพัฒนานักศึกษาให้เป็นวิศวกรที่สามารถใช้ความรู้และทักษะในทางวิศวกรรม เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมหรือสามารถสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ได้ และ Project Day เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อจัดแสดงและการประกวดผลงานโครงงานวิศวกรรมของศึกษาชั้นปีที่ 4 จากทุกภาควิชา ครอบคลุมด้านการออกแบบ งานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมทางวิศวกรรม และ Mini Project ที่เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ โดยกิจกรรม Project Day ในปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารการเรียนรู้พหุวิทยาการ (LX) มจธ. โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.เชาวลิต ลิ้มมณีวิจิตร รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและผู้เรียนรู้ กล่าวเปิดงานพร้อมมอบของที่ระลึกให้กับบริษัทที่สนับสนุนงานนี้ รศ. ดร.ทวิช พูลเงิน คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. กล่าววัตถุประสงค์ในการจัดงาน และ รศ. ดร.ดวงฤดี โฆษิตกิตติวงษ์ก้องกิจกุล รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ร่วมมอบรางวัลในงาน
รศ. ดร.สุรวุฒิ ช่วงโชติ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. กล่าวว่า กิจกรรม Project Day 2026 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นการจัดแสดงผลงานจากโครงงานของนักศึกษาที่นำความรู้วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาของหลักสูตร มาประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบวิธีการ กระบวนการ เครื่องมือหรือชิ้นงานที่แก้โจทย์ทางวิศวกรรมศาสตร์ หรือตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมหรือชุมชน
แนวคิดของโครงงานวิศวกรรมมีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นจากเมื่อก่อนในหลายด้าน โดยมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการและการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมให้มากขึ้น ที่เรียกว่า Capstone Design Project เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกคิด วิเคราะห์ ออกแบบ และลงมือแก้ปัญหาจริงอย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขาย่อยในหลักสูตร เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการสร้างนวัตกรรมซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นวิศวกรวิชาชีพที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งโจทย์โครงงานในปัจจุบันยังเปลี่ยนจากเดิมที่เป็น "โจทย์สมมติ" ในห้องเรียนที่มักอยู่กับตัวแปรทางทฤษฎีมาเป็นปัญหาปลายเปิดที่มาจากสถานการณ์หรือส่วนหนึ่งของสถานการณ์ที่มีอยู่จริงและไม่มีคำตอบตายตัว ซึ่งทำให้นักศึกษาต้องหาคำตอบจากการทำงานเป็นกลุ่ม
ที่สำคัญในงานนี้เราได้เชิญผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้น ได้แก่ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) บริษัท ไทยมูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด และบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด โดยบริษัทเหล่านี้ไม่เพียงแต่มาเยี่ยมชมผลงานของนักศึกษา แต่ผู้แทนยังให้เกียรติกล่าวให้คำแนะนำนักศึกษาบนเวที ร่วมเป็นกรรมการตัดสินและมอบรางวัลพิเศษให้นักศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งบางรางวัลมีมูลค่ารางวัลสูงสุดถึง 10,000 บาท โดยในปีนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มผลงานของนักศึกษาออกเป็น 3 กลุ่มของศาสตร์ (Cluster) หลัก ประกอบด้วย 1. คลัสเตอร์กลศาสตร์ วัสดุ และกระบวนการผลิต (Materials and Manufacturing) 2. คลัสเตอร์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical and Computer) และ 3. คลัสเตอร์โยธา เคมี และสิ่งแวดล้อม (Civil, Chemical, and Environment) ซึ่งการแบ่งกลุ่มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในกลุ่มวิชาที่ใกล้เคียงกัน และเพื่อให้กรรมการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาได้ประเมินผลงานอย่างเหมาะสม” รศ.ดร. สุรวุฒิ กล่าวถึงแนวคิดการจัดงาน
โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ดังนี้ คลัสเตอร์ที่ 1 ได้แก่ Design and Development of the Robot for Installation/Uninstallation and Verification of Acoustic Emission Sensors on Vertical Structures จากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คลัสเตอร์ที่ 2 ได้แก่ ผลงาน Towards Transposition-Invariant Symbolic Music Embeddings for Similarity Analysis จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ คลัสเตอร์ที่ 3 ได้แก่ Preparation of Hard Carbon Derived from Torrefied Malt Beer Residue for Application as An Anode Material in Sodium-ion Batteries จากภาควิชาวิศวกรรมเคมี และ A Development of Collector Water Prototype from Rain Water for Slopes Area in Remote Area: A Case study of the Angkang Station จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา
สำหรับงาน Project Day ในปีนี้มีผลงานร่วมจัดแสดงกว่า 300 ผลงาน มีงานที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก อาทิ การพัฒนาต้นแบบระบบเก็บกักน้ำจากน้ำฝนสำหรับพื้นที่ลาดชันในพื้นที่ห่างไกล: กรณีศึกษาสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง การพัฒนาแอปติดตามสุขภาพและการจัดการยาสำหรับผู้สูงอายุ ระบบป้อนข้อมูลแบบไม่ต้องสัมผัส (No Touch) โดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชั่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลงานของนักศึกษา มจธ.(ราชบุรี) และผลงานจากทุนจ้างงานของนักศึกษานำ "มินิโปรเจกต์" มาร่วมจัดแสดง ทั้งหมดนี้สื่อให้เห็นว่ากิจกรรม Project Day 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพด้านวิศวกรรม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงความรู้จากห้องเรียนสู่การใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ชุมชนและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
