BUSINESS
'Gardens of Eden'ของนักลงทุนดูไบ โกยยอดขายปังๆก่อนเฟสแรกแล้วเสร็จ
ภูเก็ต-Gardens of Eden เผยยอดขายปรับตัวเดือนเมษายน 2569 เติบโตต่อเนื่อง หลังโครงการเฟสแรกใกล้แล้วเสร็จ หนุนดีมานด์ใหม่จากดูไบและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและนักลงทุนที่มองหายูนิตขนาดใหญ่ ส่งผลให้ห้องพักแบบ 3 ห้องนอนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
นักลงทุนมียอดซื้อรวมทั้งสิ้น 21 ยูนิตภายในเดือนเดียว ประกอบด้วยยูนิตแบบ 1 ห้องนอน จำนวน 10 ยูนิต และ 2 ห้องนอน จำนวน 8 ยูนิต พร้อม 3 ห้องนอน จำนวน 3 ยูนิต คิดเป็นการเติบโต 67% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 ในแง่จำนวนตารางเมตรที่ขายได้ ส่งผลให้ยูนิตแบบ 3 ห้องนอนในเฟสแรกปิดการขายทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ทางโครงการได้ตัดสินใจปรับผังบางส่วนของยูนิตแบบ 1 ห้องนอน เพื่อพัฒนาเป็นยูนิตแบบ 3 ห้องนอน
การเติบโตและทิศทางยอดขายดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ซื้อในดูไบ ทั้งชาวเอมิเรตส์และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มมองหาจุดหมายทางเลือกสำหรับบ้านพักหลังที่สอง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค ขณะเดียวกัน การที่โครงการเฟสแรกอย่าง Eden Residences ใกล้แล้วเสร็จ ยังช่วยให้ผู้ซื้อสามารถมองเห็นภาพการลงทุนและการใช้ชีวิตได้ชัดเจนมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกลุ่ม Lifestyle Buyers และครอบครัวที่มองหายูนิตขนาดใหญ่ โดยรายละเอียดงานออกแบบและคุณภาพของโครงการที่เคยถ่ายทอดผ่าน Sales Gallery กำลังเริ่มปรากฏขึ้นจริงภายในโครงการ สะท้อนมาตรฐานการพัฒนาของ Gardens of Eden
James Thackray หัวหน้าฝ่ายขายฝั่งตะวันตกและพันธมิตรเอเจนซีต่างประเทศของ Amal Group ผู้พัฒนาโครงการ Gardens of Eden กล่าวว่า “สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังผลักให้ภูเก็ตได้รับความสนใจ ทั้งจากนักลงทุนและเอเจนซีในภูมิภาค โดยเฉพาะจากดูไบ เราเริ่มเห็นเอเจนต์จำนวนมากเดินทางเข้ามาสำรวจตลาดและดูโครงการในภูเก็ตด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นใจในการนำเสนอให้ลูกค้ามองภูเก็ตเป็นทั้งจุดหมายด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตทางเลือก ส่งผลให้ปัจจุบันเรามีการพรีเซนต์โครงการและประชุมกับเอเจนต์แทบทุกวัน”
การเข้ามาสำรวจโครงการและตลาดด้วยตัวเองถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของกระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ซื้อส่วนใหญ่มักใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนตั้งแต่การเข้าชมครั้งแรกไปจนถึงการปิดการขาย ส่งผลให้ Gardens of Eden คาดว่ายอดขายจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและเร่งตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
ความต้องการยูนิตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะห้องพักแบบ 3 ห้องนอน กำลังเพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มครอบครัวที่ต้องการเริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ในภูเก็ต โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติระดับโลก ระบบสาธารณสุขมาตรฐานสากล สิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ และคุณภาพชีวิตโดยรวมของภูเก็ต นอกจากนี้ แนวคิดการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของ Gardens of Eden ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ปกครอง ด้วยการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิดการอยู่อาศัยสีเขียว ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยกว่า 70% ของพื้นที่โครงการถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ทั้งสวนสีเขียว ทะเลสาบ และพื้นที่พักผ่อนภายในโครงการ
“ภูเก็ตถือเป็นหนึ่งในจุดหมายระดับโลกที่มีความพร้อมอย่างครบครัน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลมาตรฐานสากล สนามบินที่มีเที่ยวบินตรงเชื่อมต่อมากกว่า 20 จุดหมายทั่วโลก รวมถึงโรงแรมลักชัวรี ร้านอาหารระดับมิชลิน และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยท่ามกลางธรรมชาติ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายที่ได้รับความสนใจจากทั้งกลุ่มครอบครัวและนักลงทุนระยะยาว” James Thackray กล่าวเสริม
ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นและตั้งอยู่ห่างจากหาดบางเทาเพียง 50 เมตร Gardens of Eden คือโครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรีที่โดดเด่นบนชายฝั่งตะวันตกของภูเก็ต โครงการประกอบด้วย 4 เฟสหลัก ได้แก่ Eden Residences โครงการบีชฟรอนต์ที่มียูนิตขนาด 72–468 ตารางเมตร, Park Residences ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Garden Living พร้อมยูนิตขนาด 50–223 ตารางเมตร และ Lake Residences ที่มียูนิตขนาด 52–123 ตารางเมตร พร้อมวิวทะเลสาบและพื้นที่สีเขียวโดยรอบ นอกจากนี้ ยังรวมถึง Etro Residences คอลเลกชันเรสซิเดนซ์ระดับ Ultra-Luxury จำนวนเพียง 8 ยูนิต ขนาด 222–438 ตารางเมตร ซึ่งจะถือเป็น Branded Residences แห่งแรกในประเทศไทยภายใต้แบรนด์แฟชั่นระดับโลก โดยทุกเฟสของโครงการจะได้รับการเติมเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ เวลเนส และอาหารระดับพรีเมียมอย่างครบครัน
ปัจจุบัน Eden Residences มียอดขายแล้ว 82% ขณะที่ Park Residences มียอดขายอยู่ที่ 68% และ Etro Residences ซึ่งเป็นคอลเลกชันเรสซิเดนซ์ระดับ Ultra-Luxury จำนวน 8 ยูนิต ได้รับการจับจองแล้ว 2 ยูนิตจากกลุ่มผู้ซื้อระดับ High-Net-Worth โดยโครงการทั้งหมดคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปี 2572 และทุกเฟสยังคงดำเนินงานตามแผนที่วางไว้
