BUSINESS

Skyworth​​​​​​​ Solarเพิ่มพอร์ตธุรกิจในไทย  ย้ำกลยุทธ์การเติบโตระดับโลกครั้งใหม่



กรุงเทพฯ-SKYWORTH Solar ประกาศตอกย้ำความมุ่งมั่นในการร่วมขับเคลื่อนภาคพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย ภายหลังการเปิดสำนักงานแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยความสำเร็จในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ถึง 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นชั้นนำอย่าง CapSolar

การประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผนยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตในระดับสากลของ SKYWORTH Solar ภายในงาน SNEC 2026 และงาน Global Customer Summit ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยบริษัทได้ประกาศพลิกโฉมภาพลักษณ์แบรนด์อย่างเป็นทางการสู่การเป็น “ผู้นำระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะระดับโลก” (Global Smart Energy Ecosystem Leader) พร้อมกางโรดแมปเร่งเครื่องขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศที่เป็นเสาหลักสำคัญ

ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ SKYWORTH Solar ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปัจจัยเร่งจากความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจ ตลอดจนแรงขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเปิดรับพลังงานหมุนเวียน

การเปิดสำนักงานแห่งใหม่ประจำประเทศไทยในกรุงเทพฯ ณ อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในท้องถิ่นของ SKYWORTH Solar อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเติมเต็มศักยภาพให้บริษัทสามารถส่งมอบการดูแลและสนับสนุนลูกค้าตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างเหนือระดับ ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การดำเนินโครงการ บริการหลังการขาย การประสานงานห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการส่งมอบโครงการที่มีประสิทธิภาพ

คุณ Wanfei Qu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ SKYWORTH Group และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ SKYWORTH Solar กล่าวว่า "ประเทศไทย คือ โอกาสครั้งสำคัญในการเติบโตของ SKYWORTH Solar ในยามที่ภาคธุรกิจต่างมองหาโซลูชันพลังงานสะอาดที่เปี่ยมด้วยเสถียรภาพและมีความคุ้มค่าในแง่ต้นทุน กลยุทธ์ของเราขับเคลื่อนภายใต้ปรัชญา 'Global Vision, Local Execution' ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ากับความร่วมมืออันแข็งแกร่งของพันธมิตรในประเทศ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว"

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจที่วางไว้ SKYWORTH Solar ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการโซลาร์เซลล์ภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาด 100 เมกะวัตต์ ร่วมกับ CapSolar เพื่อรองรับความต้องการระบบโซลาร์รูฟท็อปที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์และโรงงานอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศทางธุรกิจในท้องถิ่น ผ่านการลงทุนในด้านการพัฒนาโครงการ ความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงิน และการยกระดับขีดความสามารถด้านบริการ ซึ่งรวมไปถึงการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทางธนาคารร่วมกับธนาคารไอซีบีซี (ไทย) (ICBC Thai) ตลอดจนการเข้าถึงกองทุนสนับสนุนการลงทุนมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินในการพัฒนาและติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์ทั้งในประเทศไทยและตลาดสากลอื่นๆ

หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่สะท้อนการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมของ SKYWORTH Solar ในประเทศไทย คือ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 3 เมกะวัตต์ (MW) ณ โรงงานเหล็ก UMC Steel ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดได้ราว 4.4 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ภายในปีแรก ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างเห็นผล ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างยั่งยืน

ความคืบหน้าและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทยในครั้งนี้ ถูกยกให้เป็นไฮไลต์สำคัญภายใต้กลยุทธ์ระดับโลกของ SKYWORTH Solar ที่เปิดบ้านเผยโฉมในงาน SNEC 2026 โดยบริษัทได้ประกาศแผนการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโซลูชันพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ไปยังตลาดยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อตอบรับกับดีมานด์เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่กำลังทะยานสูงขึ้นทั่วโลก

ในขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต่างเร่งสปีดเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonisation) SKYWORTH Solar มุ่งมั่นที่จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับลูกค้า ด้วยการผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น และศักยภาพการบริการระดับท้องถิ่นที่พร้อมตอบโจทย์ในทุกมิติ