IN NEWS

สรุปผลปฏิบัติการ'พิฆาตยานรกปริมณฑล' ยึด'ยาบ้า-ยาไอซ์-สารตั้งต้น'จีนเทามีเอี่ยว



กรุงเทพฯ-กระทรวงยุติธรรม ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่าย นายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน ณ พื้นที่ 4 จังหวัด 10 จุดปฏิบัติการ (กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดระยอง)

ในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายแพทย์ วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายธีรทัศน์ อิศรากูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม พลตำรวจตรี ภูมินทร์  สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ นายธัญญารัตน์ พรหมสุทธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ และนางโสภา มีสัมฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองลัดหลวง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ณ โกดังโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

ภายใต้นโยบายนายกรัฐมนตรี “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำสำนักงาน ป.ป.ส. ผนึกกำลังภาคีความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองเกาหลี ทลายเครือข่าย “หนูเฉิน-จีนเทา” ตัดตอนสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดข้ามชาติ

ปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” เครือข่ายนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน และเครือข่ายจีนเทาครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. สำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (National Intelligence Service - NIS) กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมสรรพสามิต กรมโรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เพื่อตัดตอนเครือข่ายผลิตยาเสพติดข้ามชาติ

สืบเนื่องมาจากรัฐบาลไทยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลเกาหลี โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (National Intelligence Service - NIS) ได้ขยายผลทางการข่าว และมีการส่งตัวนักค้ายาเสพติดรายสำคัญตามที่ได้เป็นข่าวในห้วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยได้ส่งตัว นายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ หนูเฉิน ให้กับทางการไทย และ ต่อมาสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี ทั้งตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกันขยายผลทางการข่าว จึงทราบว่านายหนูเฉิน มีเครือข่ายที่เชื่อมโยงไปยังธุรกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งในไทยและต่างประเทศ และหนึ่งในธุรกรรมนั้น คือ การลักลอบซื้อ - ขาย และส่งสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่ผลิตสามเหลี่ยมทองคำ

โดยปฏิบัติการในวันนี้ มีการปฏิบัติการทั้งสิ้น 3 บริษัท ในพื้นที่ 4 จังหวัด (กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง และนนทบุรี) ทั้งหมด 10 จุดปฏิบัติการ และนอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทเหล่านี้มีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มจีนเทาที่กระทำผิดในไทย ที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้การผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2) ซึ่งนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (ผิดกฎหมาย) และได้มีการจับกุมไปแล้ว จำนวน 4 ครั้ง ดังนั้น การปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและตัดตอนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย

โดยผลปฏิบัติการสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ อาเซโตน 9,105 กิโลกรัม (อุตสาหกรรมพลาสติก) กรดไฮโดรคลอริก 225 กิโลกรัม (อุตสาหกรรมโลหะ การฟอกขาว ผลิตปุ๋ยทำความสะอาด ยา และสารอินทรีย์) กรดอะซิติก 10,170 กิโลกรัม (อุตสาหกรรมย้อมผ้า ฟอกหนัง) กรดซัลฟิวริก 4,500 กิโลกรัม (ใช้ล้างคราบไขมัน หรือชุบผิวโลหะ) และไดออกทิล ทาเลต (Dioctyl Phthalate) 26,000 กิโลกรัม จำนวนรวม 50 ตัน โดยสารเคมีดังกล่าวหากส่งไปถึงโรงงานผลิตยาเสพติด จะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้ปริมาณ 1,100 ล้านเม็ด (เท่ากับปริมาณการตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งปี) หรือไอซ์ 21 ตัน

ทั้งนี้ สารเคมีดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามบัญชี 5.1 ในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และขณะเข้าตรวจสอบไม่พบหลักฐานที่แสดงว่าพื้นที่ที่เข้าตรวจสอบได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 54(3) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 จึงได้ยึดวัสดุสิ่งของ และสิ่งอื่น ๆ