LEARNING

'ประเสริฐ'ถกสภาลูกเสือไทยสั่งยกเครื่อง กฎหมายลูกเสือให้ทันสมัย



กรุงเทพฯ-รมว.ประเสริฐ มอบนโยบายการดำเนินงานกิจการลูกเสือไทย แก่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย นำโดย พลอากาศเอก ธงชัย แฉล้มเขตร ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อ11 มิถุนายน 2569 ณ กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการดำเนินงานกิจการลูกเสือไทย แก่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย นำโดย พลอากาศเอก ธงชัย แฉล้มเขตร ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และนายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) เข้าร่วมด้วย

รมว.ศธ. กล่าวว่า ศธ.ให้ความสำคัญกับภารกิจลูกเสือ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ รวมทั้งสร้างสังคมที่มีความสุข โดยมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับกิจการลูกเสือให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเร่งปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลูกเสือแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ที่ใช้งานมานานกว่า 18 ปี ให้มีความทันสมัยและคล่องตัวยิ่งขึ้น รวมถึงการแก้ไขปัญหาข้อติดขัดด้านงบประมาณ โครงสร้างการบริหาร และเครื่องแบบลูกเสือ เพื่อให้การดำเนินงานของสภาลูกเสือไทยเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน นายวรัท กล่าวเสริมว่า ศธ. พร้อมดำเนินการของบประมาณสนับสนุนในปี 2570 เพื่อให้สภาลูกเสือไทยสามารถดำเนินภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประเด็นด้านระเบียบกฎหมายอื่น ๆ เช่น การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการกำหนดรูปแบบเครื่องแบบลูกเสือสำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมโดยเร็ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กล่าวถึงแนวทางการยกระดับกิจกรรมลูกเสือผ่านโครงการสำคัญ ได้แก่ ลูกเสือไซเบอร์ ซึ่งมุ่งสร้างทักษะความปลอดภัยในโลกดิจิทัลให้แก่เยาวชน, Safe from Harm แนวทางปกป้องลูกเสือจากการถูกคุกคามทุกรูปแบบ และ Green Scout สนับสนุนทักษะการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเสนอให้ ศธ. บูรณาการโครงการเหล่านี้เข้าสู่หลักสูตรลูกเสือ พร้อมพัฒนาศักยภาพวิทยากรและบุคลากรควบคู่ไปกับการขยายผลความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยในอนาคต