IN NEWS
เคาะกรอบหารือไทย–รัสเซียฉบับใหม่5ปี อนุมัติผลลัพธ์ถกอาเซียน-รัสเซีย4ฉบับ
กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้ากรอบหารือไทย–รัสเซีย ฉบับใหม่ 5 ปี ยกระดับความร่วมมือทวิภาคี–ภูมิภาค–พหุภาคีอย่างต่อเนื่องและเห็นชอบเอกสารผลลัพธ์ประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ 4 ฉบับ เสริมความร่วมมือพลังงาน วัฒนธรรม ความมั่นคง และเศรษฐกิจในทุกมิติ
วันนี้ (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569–2573 เพื่อเป็นกรอบการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะ 5 ปี
รองโฆษกฯ กล่าวว่า แผนการหารือฉบับนี้เป็นกลไกต่อเนื่องจากแผนฉบับที่ผ่านมา โดยกำหนดการหารือทั้งในระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และระดับกรมของกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือภูมิภาคและพหุภาคีในเอเชีย–แปซิฟิก การประสานงานในกรอบสหประชาชาติ กิจการเกี่ยวกับยุโรป การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล การต่อต้านข้อมูลเท็จและข่าวปลอม ความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และประเด็นอื่นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานกับฝ่ายรัสเซียเพื่อจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–รัสเซีย ครั้งที่ 9 ณ กรุงมอสโก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 และหากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ จะมีการลงนามแผนการหารือฉบับดังกล่าวในโอกาสเดียวกัน
นางสาวลลิดากล่าวว่า ร่างแผนการหารือนี้ไม่เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นกรอบการทำงานที่ช่วยส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ ยกระดับความสัมพันธ์ และสนับสนุนการหารือระหว่างไทยกับรัสเซียให้มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น.
ครม.เห็นชอบเอกสารผลลัพธ์ประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซียสมัยพิเศษ4 ฉบับ
นางสาวลลิดา กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งผู้นำอาเซียนจะร่วมรับรองในการประชุมที่เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและรัสเซียในระยะยาว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอกสารทั้ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย (1) ร่างปฏิญญาคาซาน ค.ศ. 2026 “อาเซียน–รัสเซีย: เอกภาพในความหลากหลาย – 35 ปี ร่วมกัน” ซึ่งยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางชีวภาพ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน พลังงาน อาหาร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (2) ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การรับมือวิกฤตพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมี (3) ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี และการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้านวัฒนธรรม และ (4) ร่างแผนดำเนินการที่ครอบคลุมเพื่อปฏิบัติตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน–สหพันธรัฐรัสเซีย ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งกำหนดกรอบความร่วมมือใน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม–วัฒนธรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การคมนาคม การเกษตร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสาธารณสุข การจัดการภัยพิบัติ การย้ายถิ่นฐาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ร่างเอกสารทั้ง 4 ฉบับไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับรัสเซียในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านพลังงาน วัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และเสริมบทบาทของไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศต่อไป.
