THAILAND
เรือนจำศรีสะเกษชูโครงการพระราชทาน 'โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง'
ศรีสะเกษ-เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 มุ่งพัฒนาผู้ต้องขัง คืนคนดีสู่สังคม ด้วยศาสตร์พระราชา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 มุ่งพัฒนาผู้ต้องขัง คืนคนดีสู่สังคม ด้วยศาสตร์พระราชา โดยมี นายอรรถสิทธิ์ ทองแสง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ครูฝึก และผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

ก่อนเริ่มพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำผู้ร่วมพิธีแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประกอบพิธีเบื้องหน้าพระพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วางพุ่มทองพุ่มเงิน และเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ก่อนกราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกา กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระราชทานโอกาสแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ผ่านการพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงพระราชทานโครงการ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ต้องขัง ให้มีความรู้ ทักษะอาชีพ และสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
โครงการดังกล่าวเป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชาและแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ในการพัฒนาผู้ต้องขัง โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ด้านการเกษตร การพึ่งพาตนเอง การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม สามารถประกอบอาชีพสุจริต มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ตลอดจนช่วยลดอัตราการกระทำผิดซ้ำในอนาคต

การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ พร้อมทั้งพระราชทานหลักสูตรการอบรมดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ปรับปรุงตนเองและเรียนรู้ทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้ภายหลังพ้นโทษ โดยมุ่งหวังให้กลับคืนสู่สังคมในฐานะพลเมืองดี และสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืน
ในส่วนของการดำเนินงาน ได้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากวิทยากรจิตอาสาพระราชทาน 904 และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ต้องขัง โดยเน้นการฝึกปฏิบัติหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และการบริหารจัดการที่ดินตาม “ศาสตร์พระราชา” เช่น การปลูกป่า 3 อย่าง ได้แก่ ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืน ได้ประโยชน์ 4 อย่าง ได้แก่ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น เป็นการสร้างสมดุลให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้ผู้ต้องขังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาหารและอาชีพในชุมชน
โอกาสนี้ ประธานในพิธีได้มอบนโยบาย และแนวทางการดำเนินชีวิต พร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ต้องขังทุกคน โดยขอให้ตั้งใจรับการอบรม น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำรงชีวิต และใช้โอกาสสำคัญนี้ในการกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ไม่กระทำผิดซ้ำ ยึดมั่นในการปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม และร่วมสร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป
ลักขณา กงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน
