LEARNING
วว.ขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ท้องถิ่นลงพื้นที่ อุดรธานีหนุน'แปลงต้นแบบปลูกข้าว'
วว. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่ท้องถิ่น ลงพื้นที่อุดรธานีหนุนโครงการ “แปลงต้นแบบปลูกข้าวคุณภาพ”มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์(ศนก.) ร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรม “แปลงต้นแบบ : โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวคุณภาพ ปีงบประมาณ 2569” เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและร่วมสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569
กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ แปลงของ นายอเนก พรหมสิทธิ์ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานสนับสนุน อาทิ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี จำกัด สถานีพัฒนาที่ดิน ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกิจกรรม
การลงพื้นที่ของคณะ วว. ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์เข้ามาบูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อผลักดันให้แปลงต้นแบบแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการจัดการเกษตรแม่นยำสูง โดยมีเป้าหมายสำคัญ 4 ด้านหลัก คือ 1.พัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและการจัดการที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มมาตรฐานเมล็ดข้าว 2.เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ ปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตเพื่อลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ 3.เกษตรกรยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสหกรณ์ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว และ 4.ข้าวคุณภาพ เพื่อคนไทย ส่งมอบผลผลิตข้าวที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสู่ผู้บริโภค
โครงการแปลงต้นแบบนี้ ถือเป็นโมเดลความร่วมมือที่สำคัญระหว่างหน่วยงานวิจัยระดับประเทศ หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมพร้อมใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเตรียมขยายผลความสำเร็จนี้สู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป
ทั้งนี้ วว. มีความมุ่งมั่นที่จะนำงานวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องเกษตรกร การลงพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่การเป็นเกษตรกรรมมูลค่าสูง (High-Value Agriculture) ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงขึ้นแล้ว ยังเป็นการยกระดับห่วงโซ่อุปทานการผลิตข้าวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
