ECON & BIZ
ธ.โลกคาด15ปีแรงงานกว่า1.2พันล.คน แข่งขันเพื่อแย่งงาน400ล้านตำแหน่ง
ต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน, 24 มิถุนายน 2569 – วิชัย เอสวารัน (Dato’ Sri Vijay Eswaran) ผู้ก่อ ตั้งและประธานกรรมการบริหารของ QI Group กล่าวระหว่างการประชุม World Economic Forum’s Annual Meeting of the New Champions 2026 (AMNC26) ณ เมืองต้าเหลียน ประเทศจีน โดยเน้น ย้ำว่า ผู้ประกอบการคือกลไกสำคัญที่มีศักยภาพมากที่สุดในการสร้างงานอย่างยั่งยืน ในยุคที่การ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในการเสวนาหัวข้อ “The Next Billion Jobs” ซึ่งดำเนินรายการโดย Saadia Zahidi กรรมการผู้จัดการ ของ World Economic Forum วิชัย เอสวารัน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาค ธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานจากทั่วโลก ได้แก่ Neeti Mehta Shukla ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้า หน้าที่ฝ่ายผลกระทบ ของ Automation Anywhere, Chen Jiehui ประธานบริษัท Guangzhou Baiyunshan Pharmaceutical, Noureddine Ouadah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจฐานความรู้
ธุรกิจสตาร์ทอัพ และวิสาหกิจขนาดย่อมของแอลจีเรีย และ Peter Brown ผู้นำด้านกำลังคนระดับโลกของ PwC โดยผู้ร่วมเสวนาได้หารือถึงแนวทางที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการสามารถร่วมกันสร้าง โอกาสการจ้างงานที่ครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอนาคตในการทำงานจาก การเร่งนำ AI มาใช้ในวงกว้าง

การเสวนาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการคาดการณ์ของธนาคารโลก (World Bank) ว่า ภายใน 10-15 ปีข้าง หน้า แรงงานใหม่กว่า 1.2 พันล้านคนในประเทศกำลังพัฒนา จะต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งงานที่มี เพียงประมาณ 400 ล้านตำแหน่ง ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาแนวทางด้านการจ้างงานที่ ครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น
วิชัย เอสวารัน (Dato’ Sri Vijay Eswaran) ย้ำว่า การพัฒนาทักษะใหม่ (reskilling) ต้องมีความต่อเนื่องและอาศัยความร่วมมือจาก ทุกภาคส่วน ขณะที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังพัฒนา (ภาพ: World Economic Forum)
ผู้ประกอบการ คือผู้ขับเคลื่อนการจ้างงานกว่าพันล้านตำแหน่งในอนาคต
สานต่อแนวคิดจากจากประเด็นที่ วิชัย เอสวารัน ได้กล่าวไว้ในบทความล่าสุดอย่าง “Why the Next Billion Jobs Will Be Created by Entrepreneurs, Not Algorithms” เขาชี้ให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยี จะมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ แต่การสร้างงาน ที่ยั่งยืนยังคงต้องอาศัยผู้คนที่สามารถมองเห็นโอกาส การสร้างธุรกิจ และการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนของ ตนเอง
ระหว่างการเสวนา วิชัย ได้ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของระบบนิเวศผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการจ้างงานในอนาคต โดยในประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ธุรกิจขนาดเล็กกำลังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือ AI มาใช้เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดใหม่ และสร้างโอกาสในการจ้างงานเพิ่มขึ้น
“ผมเชื่อมาโดยตลอดว่า SMEs ผู้ประกอบการ และธุรกิจขนาดเล็ก จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการ เปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มากกว่าผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด เราได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในตลาดเวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์” วิชัย เอสวารัน กล่าว
การพัฒนาทักษะใหม่เพื่ออนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI
เนื่องจากองค์กรขนาดใหญ่มักเป็นกลุ่มแรกๆ ที่นำเทคโนโลยีเกิดใหม่มาใช้ การดำเนินงานและทิศทางของ องค์กรเหล่านี้จึงส่งผลต่อทั้งตลาดและห่วงโซ่คุณค่า (value chain) โดยรอบ รวมถึงผู้ประกอบการรายใหม่ และผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นผู้ประกอบการ วิชัยกล่าวว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะเข้ามา เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเพิ่มโอกาสทาง เศรษฐกิจและการจ้างงานได้อย่างไร
วิชัยระบุว่า ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งครอบคลุมมหาวิทยาลัย นักศึกษา ธุรกิจ สตาร์ทอัพ และระบบนิเวศด้านนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้สังคมสามารถทำความเข้าใจและ ใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
“ในฐานะกลุ่มบริษัทที่ยึดผู้ประกอบการเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร เราได้สร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นผู้ ประกอบการ และกำลังปลูกฝังแนวคิดดังกล่าวให้กับแรงงานรุ่นใหม่ เพราะในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา รูปแบบการทำงานส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบการทำงานแบบ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ดังนั้น ถึง เวลาแล้วที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนและสร้างนิยามขึ้นมาใหม่” วิชัย เอสวารัน กล่าว
นอกจากนี้ วิชัยยังเน้นว่า การพัฒนาทักษะใหม่ (reskilling) อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ และควรเป็นส่วน หนึ่งของแนวทางในการพัฒนาตนเองของคนรุ่นใหม่ตลอดเส้นทางการทำงาน นอกจากนี้ เขายังระบุว่า การ ขยายตัวของระบบเศรษฐกิจแบบตลาดแรงงานเสรี (gig economy) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ความสามารถในการปรับตัวและแสวงหาทักษะใหม่อยู่เสมอ จะเป็นปัจจัย สำคัญที่สร้างความแตกต่างให้กับบุคลากรในตลาดแรงงานในอนาคต
วางรากฐานสู่การเติบโตอย่างครอบคลุม
การสร้างงานอีกกว่าพันล้านตำแหน่งในอนาคต ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียง อย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต ผ่านการขยายการเข้าถึงการศึกษา โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แหล่งเงินทุน และโอกาสทางการตลาดได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
วิชัย เอสวารัน ได้เรียกร้องให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา มีบทบาทเชิงรุกและทำงานร่วมกัน อย่างใกล้ชิดในการวางรากฐานดังกล่าว โดยระบุว่าผู้กำหนดนโยบายไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการเติมเต็ม ตำแหน่งงานที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้คนจำนวนมากสามารถก้าวสู่การ เป็นผู้ประกอบการและผู้สร้างงานให้กับผู้อื่นได้
“ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการจะเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญในการนำ AI ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และ ความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นผ่านการลงมือทำทีละขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ผมยังเชื่อว่าภาคธุรกิจ ภาครัฐ และ องค์กรภาคประชาสังคมจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ในฐานะผู้กำหนดทิศทางเพียงฝ่ายเดียว แต่ในฐานะ พันธมิตรที่ร่วมกันสร้างงานที่สอดคล้องกับความต้องการของอนาคต” วิชัย กล่าวเสริม
ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอนาคตของการทำงาน
การเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum's Annual Meeting of the New Champions 2026 ณ เมืองต้าเหลียน ของวิชัย เอสวารัน ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ QI Group ในการมี ส่วนร่วมขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบทสนทนาเกี่ยวกับผู้ประกอบการ นวัตกรรม และการ พัฒนาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งรัฐบาล ภาคธุรกิจ และ ประชาคมกำลังเผชิญอยู่ การประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นที่เมืองต้าเหลียนได้ตอกย้ำถึงความสำคัญว่า อนาคตของการทำงานจะไม่ถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกขับเคลื่อนโดยผู้คนด้วย เช่นกัน การลงทุนด้านทักษะ การส่งเสริมผู้ประกอบการ และการสร้างโอกาส จะเป็นปัจจัยสำคัญในการ ทำให้การสร้างสรรค์นวัตกรรมสามารถนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม และยั่งยืนสำหรับคนรุ่น ต่อไป
