SUSTAINABILITY

เปิดใจ!...หน.อช.ทับลาน 'ประวัติศาสตร์' 'วันแมพ' พ่นพิษหรือคืนความเป็นธรรม



สัมภาษณ์พิเศษ  -  นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ" บุรุษเหล็กผู้กุมบังเหียนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี... เจาะลึก 10 ปีศึกสายเลือด "ป่าทับลาน" วันแมพ(One Map) พ่นพิษหรือคืนความเป็นธรรม? พื้นที่รอยต่อจังหวัดปราจีนบุรี - จังหวัดนครราชสีมา-ท่ามกลางกระแสลมหนาวและม่านหมอกอันบริสุทธิ์ของ "อุทยานแห่งชาติทับลาน" ผืนป่ามรดกโลกที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก กำลังเกิดคลื่นใต้น้ำลุกโชนกลายเป็นมหากาพย์ดราม่าระดับประเทศ เมื่อแนวคิดการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ “วันแมพ” (One Map) ถูกตีตราจากสังคมโซเชียลอย่างรุนแรงว่าเป็นการ "เฉือนป่ามรดกโลกเอื้อกลุ่มทุน" ส่งผลระลอกคลื่นความกดดันสาดซัดเข้าหาเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าจนขวัญกำลังใจระส่ำระสาย

เมื่อเวลา 16.35 น.วันที่ 24 มิถุนายน 2569   มานิตย์ สนับบุญ ผู้สื่อข่าวส่วนภูมิภาคประจำปราจีนบุรี ได้สัมภาษณ์พิเศษ  นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ" หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก  ณ สมรภูมิผืนป่ารอยต่อ2จังหวัด  จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา หรือ โคราช   เพื่อกะเทาะเปลือกความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

จากการเปิดใจ "นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ" บุรุษเหล็กผู้กุมบังเหียนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559) ได้ชี้แจงยิบจริงจังถึงกรณีมติคณะกรรมการ One Map ที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคมอยู่ในขณะนี้ว่า   กระบวนการในปัจจุบันยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดตามที่หลายคนเข้าใจผิด แต่เป็นเพียงแนวทางขั้นต้นในเชิงที่ปรึกษาเท่านั้น

ขั้นตอนต่อจากนี้คือการจัดตั้ง "คณะกรรมการกลาง" ซึ่งระดมสมองจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมป่าไม้ รวมถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขและขอบเขตพื้นที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นรายแปลง

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนบุกรุกป่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานย้ำชัดเจนว่า เจตนาที่แท้จริงคือการ "คืนความยุติธรรม" เพื่อแยกแยะกลุ่มบุคคลในพื้นที่ให้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด โดยยึดเอาเส้นแบ่งเวลาสำคัญคือปี พ.ศ. 2524 ซึ่งเป็นปีที่ประกาศจัดตั้งอุทยานฯ

"ถ้าเราขับไล่ไสส่งชาวบ้านที่เขาตั้งรกรากอยู่มาดั้งเดิมก่อนปี 2524 ออกไปโดยไม่มีการพิสูจน์สิทธิ์ นั่นไม่ใช่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน แต่ตรงกันข้าม ถ้าใครหน้าไหนมาทีหลังแล้วพยายามจะฮุบเอาผืนป่า อย่างนั้นถึงจะเรียกว่าการเฉือนป่าขาย ซึ่งเรายอมไม่ได้" หัวหน้าอุทยานฯ ระบุ

จากการเจาะลึกข้อมูลของทีมข่าว กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ย้อนหลังไปเกือบครึ่งศตวรรษนับเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นมหาศาลและเต็มไปด้วยอุปสรรครายรอบตัว เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับเงื่อนไขอันสลับซับซ้อน 4 ประการ:
1.    ความเลือนลางของอดีต: การพิสูจน์ให้ได้ว่าในปี พ.ศ. 2524 มีใครอยู่จริงในพิกัดไหนเป็นเรื่องยากยิ่งเพราะเวลาผ่านไปนานมาก
2.    สงครามหลักฐาน: เกิดความขัดแย้งในการยอมรับหลักฐานทางเทคโนโลยี เช่น ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียมเก่า ซึ่งบางฝ่ายไม่ยอมรับข้อมูลบางชุด
3.    กลลวงการเปลี่ยนสภาพพื้นที่: ในอดีตมีการนำเครื่องจักรกลหนัก (รถแบ็คโฮ) เข้ามาลักลอบปรับสภาพพื้นที่อย่างรวดเร็วเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้สภาพป่าแปรเปลี่ยนไปจนยากจะแยกแยะว่าอยู่ดั้งเดิมหรือจงใจบุกรุกใหม่
4.    ทัศนคติและผลประโยชน์: ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่ต้องการครอบครองสิทธิ์ในที่ดิน ทำให้การอธิบายหลักเกณฑ์ตามหลักเหตุผลทางกฎหมายเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะเรื่องนี้มีผลประโยชน์มหาศาลค้ำคออยู่

นอกเหนือจากศึกกฎหมายที่ดินแล้ว อุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก  ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด ทั้งในจังหวัดปราจีนบุรี และ จังหวัดนครราชสีมา    ยังต้องเผชิญกับวิกฤตความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า เมื่อประชากรช้างป่าเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและขยายอาณาเขตออกนอกป่าลึก   ล่าสุดเมื่อไว ๆ นี้   ไปไกลถึงอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

หัวหน้าอุทยานฯ สะท้อนใจว่า ในทางปฏิบัติปัจจุบันทำได้ยากขึ้นเนื่องจากแรงกดดันจากกระแสโซเชียลมีเดียที่จ้องจับผิดและดราม่าโต้เถียงกันโดยไม่เข้าใจหน้างานจริง แผนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวจึงเสนอให้ใช้ ระบบจังหวัดเป็นศูนย์กลาง (Provincial Hub) โดยมองป่าทับลานทั้งผืนแบบองค์รวม (Holistic Approach) และเร่งพัฒนาแหล่งน้ำและอาหารในป่าลึก เช่น บริเวณ "ลำแปง" ในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดึงรั้งให้ช้างป่ากลับไปใช้ชีวิตในป่าลึกอย่างยั่งยืนหรือสร้างแหล่งอาหาร ในพื้นที่ผาเม่น ที่อำเภอนาดี จังหวัดปราจีน บุรี  เป็นต้น

อีกหนึ่งประเด็นที่สืบทราบคือ   ปัญหาการลักลอบตัด "ไม้พะยูง" สารตั้งต้นความร่ำรวยของขบวนการผิดกฎหมาย ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า มูลเหตุหลักมาจากความต้องการของกลุ่มลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหลังจากเส้นทางฝั่งกัมพูชาถูกปิดลง ขบวนการมืดได้หันมาใช้เส้นทางลำเลียงมุ่งสู่ชายแดนไทย-ลาวเป็นหลัก และในช่วงประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เริ่มตรวจพบสัญญาณการกลับมาเคลื่อนไหวของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาตินี้อีกครั้งหลังจากเงียบสงบไปพักใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุด   ในมหากาพย์เรื่องนี้ นำไปสู่การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของฝ่ายบริหาร   ได้รับการประสานข้อมูลว่า ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีกำหนดการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ ณ อุทยานแห่งชาติทับลาน   เพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาและการถือครองที่ดินทับซ้อนอย่างใกล้ชิด

ไฮไลต์สำคัญคือการเดินทางไปยังชุมชน "โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง" (พมพ.) และ "โครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม" (คจก.) ในเขตอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านตัวจริงที่ภาครัฐเคยอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในยุคปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (พคท.) แต่ปัจจุบันผ่านมาหลายสิบปีก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ชัดเจน จนกลายเป็นเสียงตัดพ้อบาดลึกว่า “รัฐพาเราเข้ามา แต่ทำไมเราถึงกลายเป็นผู้บุกรุก”

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. รมว.ทส. และคณะ มีกำหนดการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพพื้นที่ทางอากาศครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 4 อำเภอ 2 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอเสิงสาง, อำเภอครบุรี, อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อดูสภาพปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยละเอียด ก่อนจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเวลา 15.15 น. ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปลายมาศ

ศึกสายเลือดผืนป่าทับลานในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายแผนที่ "One Map" แต่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญในการจัดสมดุลระหว่าง "การอนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลก" กับ "สิทธิทำกินของประชาชนดั้งเดิม" ที่เรื้อรังมานานเกือบครึ่งศตวรรษ เผยให้เห็นเส้นทางที่ยังต้องสู้กันอีกยาวไกล ท่ามกลางสายตาของสาธารณชนที่จับจ้องมองลงมาจากโลกออนไลน์และพื้นที่จริงในปัจจุบัน   

ผู้สื่อข่าวในฐานะสื่อมวลชนประจำท้องถิ่นจะเกาะติดเหตุสืบสวน-สถานการณ์นี้อย่างไม่กระพริบตา

มานิตย์ สนับบุญ/ ปราจีนบุรี