BANGKOK
สนน.ชี้บริหารประตูระบายน้ำคลองประเวศ พิจารณาทั้งระบบ-เพิ่มสื่อสารข้อมูลน้ำ
กรุงเทพฯ-นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนการบริหารจัดการประตูระบายน้ำบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ว่า คลองประเวศบุรีรมย์เป็นคลองสายหลักสำคัญของพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อกับคลองพระโขนงและคลองสาขาหลายสาย ทำหน้าที่รองรับและระบายน้ำจากพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง เขตประเวศ และพื้นที่ใกล้เคียง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำในภาพรวมตลอดแนวคลอง ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งได้ การระบายน้ำในระบบคลองประเวศบุรีรมย์และคลองพระโขนงมีความยาวรวมประมาณ 34 กิโลเมตร โดยอาศัยการระบายน้ำผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การสูบน้ำผ่านสถานีสูบน้ำพระโขนงและระบบอุโมงค์ระบายน้ำของ กทม. การระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ของกรมชลประทานเพื่อส่งต่อไปยังแม่น้ำบางปะกง และการระบายน้ำลงสู่คลองสายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม คลองสาขาหลายสายที่เชื่อมต่อกับคลองประเวศบุรีรมย์ไม่มีประตูระบายน้ำ ทำให้การลดระดับน้ำในคลองหลักต้องดำเนินการควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำในคลองสาขาทั้งระบบ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และเดิมถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่รับน้ำ และทางน้ำหลาก (Floodway) จึงมีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำที่ต้องคำนึงถึงความสมดุลของทั้งระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเขตชุมชนหนาแน่นและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
ดังนั้น ระบบประตูระบายน้ำและแนวควบคุมน้ำในพื้นที่จึงถูกออกแบบให้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและป้องกันน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออกไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจสำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่เขตลาดกระบังและพื้นที่โดยรอบมีการขยายตัวของชุมชน ถนน หมู่บ้านจัดสรร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมเดิมจำนวนมากเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เมือง เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำฝนจึงไหลบ่าลงสู่ระบบระบายน้ำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ศักยภาพการระบายน้ำยังมีข้อจำกัดจากหลายปัจจัย อาทิ ปริมาณและความต่อเนื่องของฝน ระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสาขา ระดับน้ำด้านในและด้านนอกประตูระบายน้ำ ระยะทางจากพื้นที่ถึงจุดระบายน้ำหลัก ความสามารถของสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ คลอง และท่อระบายน้ำ รวมถึงสภาพพื้นที่ลุ่มต่ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ วัชพืช ขยะ และข้อจำกัดทางกายภาพของระบบระบายน้ำในบางช่วง ทั้งนี้ ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลาดกระบังและพื้นที่ริมคลองประเวศบุรีรมย์เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ ข้อจำกัดของระบบระบายน้ำ ระดับน้ำในคลองสายหลักและคลองสาขา ตลอดจนเงื่อนไขการบริหารจัดการน้ำตลอดแนวคลอง จึงจำเป็นต้องพิจารณาและบริหารจัดการในภาพรวมของทั้งระบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชนในทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กทม. กับกรมชลประทาน สนน. ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 68 โดยมีการบูรณาการข้อมูลด้านอุทกวิทยา การติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำ การควบคุมการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำ และการเดินเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในคลองสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างกกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล อาทิ คลองเปรมประชากร คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สนน. ได้กำหนดหลักเกณฑ์การบริหารประตูระบายน้ำบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์ โดยพิจารณาจากข้อมูลสถานการณ์จริงประกอบการตัดสินใจ ได้แก่ ปริมาณและแนวโน้มฝน ระดับน้ำในคลองหลักและคลองสาขา ระดับน้ำด้านในและด้านนอกประตูระบายน้ำ ระดับน้ำทะเลหนุน ความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ปลายน้ำ ตลอดจนความพร้อมของสถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ การเปิด–ปิดประตูระบายน้ำจึงต้องคำนึงถึงการควบคุมปริมาณน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออกไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในเกินกว่าระดับที่กำหนด ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อชุมชนริมคลองและพื้นที่เชื่อมต่อ โดยหลีกเลี่ยงการระบายน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น เช่น กรณีระดับน้ำในคลองยังอยู่ในเกณฑ์สูง การเปิดระบายน้ำเพิ่มเติมอาจทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าสู่คลองสาขาและส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ อาทิ พื้นที่ถนนอ่อนนุช ซอย 59–65 หมู่บ้านเมืองทองการ์เด้น ซอยพัฒนาการ 65 และพื้นที่ใกล้เคียง ดังนั้น การบริหารประตูระบายน้ำจึงเป็นการพิจารณาในภาพรวมของทั้งระบบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชนทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ฝน ระดับน้ำ การบริหารประตูระบายน้ำ การทำงานของสถานีสูบน้ำ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ สนน. และ กทม. ได้แก่ เว็บไซต์สำนักการระบายน้ำ https://dds.bangkok.go.th, E-book สำนักการระบายน้ำ https://ebooks.dds.bangkok.go.th, Facebook : Bangkok.Water และ bkk.best, Instagram : @ddsbma.pr, X (Twitter) : @bkk_best, TikTok : @dds.bma, LINE Official Account : @ddsbma และ @bkk_best รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง 0 2248 5115 และโทรสาร 0 2246 0320
อย่างไรก็ตาม สนน. จะเพิ่มการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่คลองประเวศบุรีรมย์และพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน หรือมีความจำเป็น ต้องปรับการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ เตรียมความพร้อม และเกิดความเข้าใจต่อแนวทางการบริหารจัดการน้ำของ กทม. ได้อย่างถูกต้อง
