ECON & BIZ

Nutanix Enterprise Cloud Indexเผย ใช้AIภาคบริการพุ่งสูงแต่ถูกระบบฉุดรั้ง



กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2569 – Nutanix: นูทานิคซ์ (NASDAQ: NTNX) ผู้นำด้านไฮบริดมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง ประกาศผลสำรวจจากรายงาน Enterprise Cloud Index (ECI) สำหรับภาคธุรกิจการเงินประจำปีที่แปด พบว่า แม้ธุรกิจบริการทางการเงินจะนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว แต่องค์กรหลายแห่งยังประสบปัญหาในการขยายระบบอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากความพร้อมด้านการกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติงานยังคงล้าหลัง 

ผลสำรวจสำคัญ

  • Shadow AI แพร่กระจายวงกว้างและสร้างความเสี่ยงสูง: ผู้บริหารด้านไอที 66% ระบุว่าพนักงานมีการใช้ AI ที่ไม่ได้รับอนุญาต และ 86% ยอมรับว่าสิ่งนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ
  • การกำกับดูแลและกระบวนการคืออุปสรรคใหญ่ที่สุด: ความซับซ้อนของกระบวนการ (38%) รวมถึงปัจจัยภายในองค์กร เช่น ภาวะผู้นำและทักษะ (34%) เป็นอุปสรรคในการขยายระบบ AI มากกว่าข้อจำกัดทางเทคนิค (28%)
  • อธิปไตยทางข้อมูล (data sovereignty) กำลังเพิ่มความตึงเครียด: แม้ 79% จะให้ความสำคัญกับอธิปไตยทางข้อมูล แต่ 62% ยังคงรันเวิร์กโหลดแบบคอนเทนเนอร์บนพับลิคคลาวด์ ซึ่งทำให้เกิด "หนี้จากการไม่ปฏิบัติตามหลักอธิปไตย" (sovereignty debt) เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • การใช้คอนเทนเนอร์เติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวสู่การเป็นรากฐานของ AI: 90% ระบุว่า AI เป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้งานคอนเทนเนอร์ โดย 89% คาดว่าการใช้คอนเทนเนอร์จะเติบโตขึ้นอีก 

ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องเร่งขยายการใช้ AI ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้น 

ในขณะที่องค์กรบริการทางการเงินผลักดันการใช้งาน AI แต่ 68% ยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานของตนยังไม่พร้อมที่จะรองรับเวิร์กโหลด AI ที่ใช้ภายในองค์กร (on-premises) ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่เกือบสองในสาม (64%) ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอก (third-party) เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว ทั้งนี้ การจะเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานไปสู่การขยายระบบได้นั้น องค์กรจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพื้นฐาน การกำกับดูแล และกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามกฎระเบียบ

นายเจย์ ทูเซธ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) ของนูทานิคซ์ กล่าวว่า "ปัจจุบันการแข่งขันในภูมิภาค APJ ไม่ใช่แค่เรื่องว่าใครมีโมเดล AI ที่ล้ำสมัยที่สุดอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของใครจะสามารถขยายระบบได้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ ความสำเร็จของสถาบันการเงินที่ต้องรับมือกับความเสี่ยงด้านอธิปไตยของข้อมูลและการใช้ AI ที่ไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มมากขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มรูปแบบคอนเทนเนอร์ที่ยืดหยุ่น ซึ่งสามารถผสานรวมเวิร์กโหลดต่าง ๆ บนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดเข้าด้วยกัน ผู้ชนะจะไม่ใช่ผู้ที่เทงบประมาณให้กับงานด้านการประมวลผลมากที่สุด แต่จะเป็นผู้ที่สามารถปรับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับข้อกำหนดทางกฎระเบียบและอธิปไตยข้อมูลของแต่ละภูมิภาคได้สำเร็จ" 

นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของนูทานิคซ์ กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ของภาคการเงินไทยกำลังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลเริ่มตามไม่ทันความเร็วในการใช้งาน วันนี้องค์กรส่วนใหญ่ก้าวข้ามคำถามที่ว่า 'ควรใช้ AI หรือไม่' ไปสู่โจทย์ที่ท้าทายกว่า คือจะบริหารจัดการระบบอย่างไรให้คุ้มค่าสูงสุดในระยะยาวและเปี่ยมประสิทธิภาพ ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องการทำงานแบบไซโลและความเสี่ยงสะสมด้านกฎระเบียบข้อมูล ผู้นำองค์กรไทยต้องกล้าปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานเดิมและสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน ความท้าทายต่อจากนี้ไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นความพร้อมในการทลายรูปแบบการทำงานเดิม ๆ แล้วเปิดรับเทคโนโลยีที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น คอนเทนเนอร์ และไฮบริดมัลติคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม AI ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และสอดรับกับหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง” 

นูทานิคซ์ได้มอบหมายให้มีการจัดทำรายงานวิจัยระดับโลกเพื่อประเมินสถานะการใช้งานคลาวด์ เทคโนโลยีคอนเทนเนอร์ และการใช้งาน GenAI application เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดย Wakefield Research ในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริหารระดับผู้จัดการขึ้นไปในสายงานคลาวด์ ไอที และวิศวกรรม จำนวน 1,600 คน ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นตัวแทนจากองค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ครอบคลุมประเทศออสเตรเลีย บราซิล ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ซาอุดีอาระเบีย สิงคโปร์ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา