GLOBAL C

จีนยกระดับนโยบายคืนภาษีนักท่องเที่ยว หนุนตลาดช้อปปิ้งคึกคัก 



ปักกิ่ง, 6 ก.ค. (ซินหัว) - จีนเริ่มใช้นโยบายคืนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนเดินทางออกนอกประเทศ (Departure Tax Refund) เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันอัปเกรดใหม่ เมื่อวันพุธ (1 ก.ค.) ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการช้อปปิ้งให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระตุ้นการจับจ่าย

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหางโจว เซียวซาน นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียรายหนึ่งการขอคืนภาษีได้อย่างรวดเร็ว หลังเจ้าหน้าที่ศุลกากรสะแกนหนังสือเดินทางของเขา และระบบได้ดึงข้อมูลคำร้องขอคืนภาษีสำหรับกระเป๋าเป้และน้ำหอมขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เนื่องจากยอดซื้อสินค้าของเขามีมูลค่าต่ำกว่า 10,000 หยวน (ต่ำกว่า 49,000 บาท) และไม่เข้าข่ายต้องสงสัยในการตรวจสอบ จึงไม่จำเป็นต้องตรวจดูสินค้าจริง

ที่ห้างสรรพสินค้า ไชน่า เวิลด์ มอลล์ (China World Mall) ในกรุงปักกิ่งของจีน ลูกค้าชาวแอลจีเรียคนหนึ่งได้ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นมูลค่าเกือบ 20,000 หยวน (เกือบ 98,000 บาท) และได้ใช้เครื่องบริการตนเองในการสะแกนหนังสือเดินทาง ระบบทำการกรอกข้อมูลการเดินทางเข้าเมืองให้โดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งออกใบกำกับภาษีผ่านรหัสคิวอาร์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเขาได้รับเงินคืนเป็นจำนวนเกือบ 1,800 หยวน (ราว 8,800 บาท)

ทางห้างสรรพสินค้าเปิดเผยว่า ปัจจุบันร้านค้าที่มีปริมาณการซื้อขายสูงได้รับการติดตั้งเครื่องขอคืนภาษีเหล่านี้แล้ว ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินงานจากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 15 นาที ให้เหลือเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น

กระบวนการที่รวดเร็วขึ้นนี้ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้นโยบายใหม่ ซึ่งต่อยอดมาจากเวอร์ชัน 1.0 ดั้งเดิมที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2025 โดยในเวอร์ชันก่อนหน้านั้นได้มีการลดเกณฑ์การซื้อขั้นต่ำต่อครั้งลงจาก 500 หยวน (ราว 2,450 บาท) เหลือเพียง 200 หยวน (ราว 980 บาท) พร้อมทั้งขยายเพดานการคืนภาษีด้วยเงินสดจาก 10,000 หยวน เพิ่มเป็น 20,000 หยวน อีกทั้งยังเพิ่มจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และสนับสนุนให้มีการคืนภาษีโดยตรงที่จุดซื้อสินค้าอีกด้วย

การยกระดับครั้งใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีสุ่มตรวจสำหรับคำร้องขอคืนภาษีที่มีมูลค่าไม่มาก พัฒนาการบริการในระบบดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงปรับปรุงระบบการคืนภาษีที่จุดซื้อสินค้าให้ดียิ่งกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้เริ่มเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยยอดขายที่เกี่ยวข้องกับการคืนภาษีทั่วจีนในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นโยบายนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงบริการคืนภาษีระหว่างภูมิภาคต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดย นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์รายหนึ่ง ได้ซื้อสินค้ามูลค่าราว 26,000 หยวน (ราว 128,000 บาท) ที่นครเฉิงตู ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และอีกราว 170,000 หยวน (ราว 834,000 บาท) ที่นครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเธอสามารถดำเนินการขอคืนภาษีในทั้งสองเมืองได้อย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรค แม้ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าในคนละเมือง

สำนักงานสรรพากรฉงชิ่งรายงานว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคืนภาษีเปิดให้บริการแล้วจำนวน 363 แห่ง ในจำนวนนี้มี 78 แห่งที่ให้บริการคืนภาษีได้โดยตรง ณ จุดซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติคำร้องขอคืนภาษีข้ามภูมิภาคไปแล้วเกือบ 300 กรณี

ความคืบหน้าดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างนครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนที่เริ่มประกาศใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งนโยบายใหม่ในปัจจุบันได้ขยายขอบเขตข้อตกลงนี้ให้ครอบคลุมทั่วจีนแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถยื่นขอคืนภาษี ณ จุดเดินทางออกนอกประเทศที่ต่างไปจากเมืองที่เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบาย

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศ (UIBE) ระบุว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในด้านอาหาร ที่พัก การขนส่ง และความบันเทิงนั้น ช่วยสร้างงานและรายได้จากภาษี ซึ่งส่งผลทางเศรษฐกิจในวงกว้างมากกว่าการส่งออกสินค้าเพียงอย่างเดียว ทำให้หลายประเทศต่างก็กำลังปรับปรุงระบบการคืนภาษี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้น

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/582322_20260706  , https://en.imsilkroad.com/p/351189.html)

ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบสินค้าที่ด่านศุลกากรเหวินจิ่นตู้ ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน)