THAILAND

ทหารชายแดนจันท์จับรายวันหนีเข้าเมือง ล่าสุด5ชาวเขมร/วันก่อนรวบ3คนจีน



จันทบุรี-ทหารพรานนาวิกโยธินสนธิกำลังรวบ 5 แรงงานต่างด้าว ลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ชายแดนจันทบุรีและก่อนหน้านี้ฉก.นย.จันทบุรี จับชาวจีน 3 ราย ลักลอบข้ามแดน ซ่อนตัวในสวนลำไย เตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. กองป้องกันชายแดนจันทบุรี โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2) ภายใต้การอำนวยการของ นาวาเอกวีระเชษฐ์ ขยันทำ หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 สั่งการให้กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 523 นำโดย ร้อยโทสุบิน ระวังภัย ผู้บังคับกองร้อยฯ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ นำโดย ร้อยโทวัชรพล อินใจ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวนสอบสวน สภ.บ้านแปลง จับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองได้จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ชาย 3 ราย หญิง 1 ราย และเด็กชาย 1 ราย บริเวณหมู่ 5 บ้านบึงชนังล่าง ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกจับกุมประกอบด้วยชาวกัมพูชา 4 ราย และชาวบังกลาเทศ 1 ราย โดยทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าเป็นบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินกองร้อยที่ 523 ออกลาดตระเวนและวางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณระหว่างฐานปฏิบัติการที่ 5-6 ตำบลเทพนิมิต ก่อนพบกลุ่มบุคคลมีลักษณะต้องสงสัย จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบเป็นชาวกัมพูชา 4 ราย สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ในระดับหนึ่ง และชาวบังกลาเทศ 1 ราย สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงควบคุมตัวไปยังที่ตั้งกองร้อยเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจเข้าร่วมตรวจสอบ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาชาวกัมพูชาให้การว่า เดินทางมาจากจังหวัดกำปงทมและจังหวัดพระตะบอง มีความประสงค์เข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยมีจุดหมายปลายทางคือกรุงเทพมหานครและจังหวัดบุรีรัมย์ ใช้ช่องทางธรรมชาติในการลักลอบข้ามแดน และเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้ารายละ 5,000-10,000 บาท เนื่องจากประสบปัญหาว่างงานและขาดรายได้ในประเทศของตน
ส่วนชายสัญชาติบังกลาเทศ อายุ 36 ปี ให้การว่า เดินทางเข้าประเทศกัมพูชามาแล้วประมาณ 1 ปี และต้องการเดินทางไปตามหาพี่ชายซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารในพื้นที่ปอยเปต แต่เกิดหลงทางระหว่างการเดินทาง โดยระบุว่าเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวน 130 ดอลลาร์สหรัฐ

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุม พร้อมบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ฉก.นย.จันทบุรี จับชาวจีน 3 ราย ลักลอบข้ามแดน 

เมื่อเวลา 05.22 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 กองป้องกันชายแดนจันทบุรี (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 4 (ชค.ทพ.นย.4) และกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 542 ฐานบ้านเนินดินแดง นำโดย ร.ต.กรุงทอง พันสว่าง ผู้บังคับกองร้อย ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าพบชายฉกรรจ์ 3 คน หลบซ่อนตัวอยู่ภายในสวนลำไย บ้านหนองกระทิง หมู่ 1 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรวจสอบ พบชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คน นั่งหลบซ่อนอยู่ใต้ต้นลำไย บริเวณพิกัด TV 27005 40443 จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวมายังกองร้อยเพื่อทำการสอบสวนเบื้องต้น

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ถูกควบคุมตัว ได้แก่

1. นายหวง อายุ 53 ปี สัญชาติจีน ไม่มีเอกสารแสดงตน
2. นายจู อายุ 32 ปี สัญชาติจีน มีเอกสารแสดงตน แต่เอกสารหมดอายุ
3. นายซู อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ไม่มีเอกสารแสดงตน

จากการสอบสวน ทั้ง 3 คนให้การว่า เดินทางไปทำงานในคาสิโนที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และต้องการเดินทางกลับประเทศจีน โดยมีเพื่อนในประเทศกัมพูชาเป็นผู้แนะนำและออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด ทั้งหมดเดินทางจากกรุงพนมเปญโดยรถยนต์มายังพื้นที่ชายแดนกัมพูชา–ไทย เสียค่าใช้จ่ายคนละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนมีผู้นำพาเดินเท้าลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย

จากการตรวจค้นสัมภาระ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เงินสดสกุลไทย 2,000 บาท เงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ 270 ดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 8,970 บาท) และเงินสกุลเรียลกัมพูชา 41,000 เรียล (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 340 บาท)

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีการกระทำอันเป็นการทรมานหรือย่ำยีศักดิ์ศรีของผู้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด

ภาพ/ข่าว  กิตติพงศ์  คงคาลัย