POLITICS
กรมราชทัณฑ์แจงงานสังคมสงเคราะห์ฯ มุ่งบทบาทผู้ประสานฯคืนคนดีสู่สังคม
กรุงเทพฯ-ตามที่ปรากฏการแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านอัตรากำลังและการปฏิบัติงานของ นักสังคมสงเคราะห์ในเรือนจำและทัณฑสถาน ซึ่งมีการกล่าวถึงว่า ด้วยจำนวนผู้ต้องขังที่มีจำนวนมาก ทำให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถดำเนินการได้เพียงการจัดทำทะเบียนหรือบันทึกข้อมูลเท่านั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า บทบาทนักสังคมสงเคราะห์ราชทัณฑ์ในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การบันทึกประวัติหรือทะเบียนเอกสารเท่านั้น แต่มีภารกิจสำคัญในการประเมินปัญหา ความต้องการและศักยภาพของผู้ต้องขัง รวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานเครือข่าย (Case Management) ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอก เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการช่วยเหลือและการพัฒนาอย่างรอบด้านตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล การแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังไม่สามารถดำเนินการโดยนักสังคมสงเคราะห์เพียงลำพัง แต่เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกสายงานและยังทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรศาสนา และภาคประชาสังคม เพื่อแสวงหาและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ต้องขังในทุกมิติ โดยร่วมกันขับเคลื่อนโปรแกรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ทั้งการพัฒนาจิตใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดการศึกษา การฝึกอาชีพที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน การจัดหางาน และการประสานโอกาสในการประกอบอาชีพภายหลังได้รับการปล่อยตัว ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงทรัพยากรและเครือข่ายให้ผู้ต้องขังเข้าถึงบริการเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีศักยภาพพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่
แม้ว่าปัจจุบันนักสังคมสงเคราะห์ราชทัณฑ์จะมีข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนอัตรากำลังเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ต้องขัง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อคุณภาพของงาน เนื่องจากบุคลากรทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยอาศัยการทำงานเป็นทีมและการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองและสามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงที่มีบุตร ผ่านโครงการ “กำลังใจแม่และเด็ก” ซึ่งเปิดโอกาสให้มารดาที่อยู่ระหว่างการรับโทษสามารถดูแลและพบกับบุตรได้อย่างเหมาะสม โดยยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งการติดต่อพบกับบุตรในโครงการดังกล่าวยังคงได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ แม้ผู้ต้องขังจะถูกลงโทษทางวินัย ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้สิทธิและพัฒนาการของเด็กได้รับผลกระทบ
กรมราชทัณฑ์ ขอให้สังคมมั่นใจว่า บุคลากรของกรมราชทัณฑ์ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และขับเคลื่อนงานพัฒนาพฤตินิสัยด้วยกระบวนการทางวิชาชีพที่ได้มาตรฐาน โดยมุ่งเน้นการสานพลังกับทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสและคืนคนดีที่มีคุณภาพกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน
