POLITICS
ประชุมใหญ่กฎหมายอาเซียน21-23ก.ค.นี้ ปธ.ศาลฏีกาไทยนำถกรับความท้าท้ายใหม่
กรุงเทพฯ-ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางกฎหมายอาเซียน เปิดประชุมใหญ่ ALA ครั้งที่ 15 ประธานศาลฎีกาไทย นำถกกฎหมายอาเซียน รับมือความท้าทายเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
วันนี้ (21 ก.ค.69) เมื่อเวลา 08.30 น. นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สมาคมกฎหมายอาเซียน ครั้งที่ 15 (15th ASEAN Law Association General Assembly) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–23 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนด้านกฎหมาย ผู้พิพากษา นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านกฎหมายของภูมิภาคให้สอดรับกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านกฎหมายของอาเซียน โดยมีสำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานด้านกฎหมายของไทยร่วมเป็นเจ้าภาพและขับเคลื่อนการประชุม ภายใต้เป้าหมายในการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถรองรับความท้าทายใหม่ในระดับนานาชาติ ประเด็นสำคัญที่ได้รับการหยิบยกขึ้นหารือครอบคลุมทั้งระบบอนุญาโตตุลาการและการบังคับใช้กฎหมายในอาเซียน การส่งเสริมความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน สิทธิแรงงานหญิง การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการพัฒนาการศึกษากฎหมายเพื่อเตรียมบุคลากรให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
นอกจากการประชุมใหญ่แล้ว ยังมีกิจกรรมคู่ขนานที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมผู้พิพากษาและผู้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายล้มละลายของอาเซียน รวมถึงการแข่งขันว่าความในศาลจำลองอาเซียน (ASEAN Moot) รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งมีทีมนิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตัวแทนประเทศไทย โดยนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา พร้อมด้วยประธานศาลฎีกาจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ร่วมปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการตัดสิน
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ ไทยในฐานะเจ้าภาพ บรูไน เมียนมา เวียดนาม สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ลาว และกัมพูชาที่เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ พร้อมด้วยติมอร์-เลสเตในฐานะผู้สังเกตการณ์ สะท้อนถึงความร่วมมือด้านกฎหมายของภูมิภาคที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง

การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สมาคมกฎหมายอาเซียนอีกครั้งในปี 2569 นับเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 2529 และปี 2549 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประเทศสมาชิกที่มีต่อประเทศไทย และตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้านกฎหมายของอาเซียน พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของภูมิภาคให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต
