IN NEWS
สรุปมติครม.21ก.ค.นี้ใน9ประเด็นสำคัญ งบฯชลฯ5จว.ใต้/แผนพลังงานปี69-75
กรุงเทพฯ-ครม. ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้านบาท ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้ ตามด้วยครม.รับทราบแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงาน ปี 69 – 75 มุ่งบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ด้านพลังงานของประเทศและพัฒนากลไกกำกับพลังงาน/ครม. เห็นชอบปรับปรุงมาตรการภาษีหนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม เพิ่มสิทธิหักลดหย่อนภาษี–ขยายสิทธิประโยชน์ถาวร เสริมการจ้างงานกลุ่มเปราะบางและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน/ครม.เห็นชอบให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของชาติไทย และวันหยุดราชการประจำปี/ครม.เห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทบวชชีพรหมโพธิและปฏิบัติธรรม อุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง/ครม.อนุมัติเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก - อุบัติเหตุ เป็นอาคาร คสล. 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,318 ตารางเมตร โรงพยาบาลห้วยยอด ตำบลเขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง 1 หลัง (งานส่วนที่เหลือ)/ครม. มีมติเห็นชอบนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง พ.ศ. 2566-2570 วางกรอบพัฒนาการประมงไทยทั้งระบบ มุ่งฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ยกระดับศักยภาพชาวประมงและผู้ประกอบการ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมงไทย/ครม. ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง เร่งแก้น้ำท่วมหาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ เพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันจาก 315 ล้านบาท เป็น 359.52 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันอีก 2 ปี สำหรับโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังจำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่/ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง
ครม. ไฟเขียวงบกลาง 843 ล้านบาท ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้
วันนี้ (21 กรกฎาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 843.26 ล้านบาท ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำไปดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูฯ ดังกล่าว จะดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมทั้งสิ้น 67 รายการ เช่น ซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 จังหวัดสงขลา ซ่อมแซมคลองระเกดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสตูล ขุดลอกคลองโดยรถขุดจ้างเหมา ข้างคลองระบายน้ำ D7 อำเมือง จังหวัดยะลา ซ่อมแซมคันคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาเป็นช่วง ๆ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปัตตานี อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี และ ซ่อมแซมระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านกาเยาะมาตี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น
“ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้งบประมาณดังกล่าว ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เร่งดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูให้สำเร็จโดยเร็ว โดยคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ” นางสาวรัชดาระบุ
ครม.รับทราบแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงานปี 69-75
นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแผนปฏิบัติการการกำกับกิจการพลังงาน (ปี 2569 - 2575) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ แผนปฏิบติการฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) การบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ด้านพลังงานของประเทศ ส่งเสริมให้มีบริการด้านพลังงานอย่างมั่นคง เพียงพอ มีประสิทธิภาพ และรองรับกับบริบทในการขับเคลื่อนพลังงานของประเทศ
2) การพัฒนากลไกการกำกับตลาดพลังงานตามบริบท ส่งเสริมการแข่งขันกิจการพลังงานอย่างเป็นธรรม กำหนดราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง และยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจพลังงาน
3) การสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านพลังงาน พร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
4) ยกระดับองค์กรสู่ความเป็นองค์กรชั้นนำ ยกระดับการพัฒนาระบบบริหาร บุคลากร และวัฒนธรรมองค์กรให้มีมาตรฐานสากล มีประสิทธิภาพ และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง
นางสาวรัชดากล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาของแผนฯ จะประกอบไปด้วย การพัฒนาระบบดิจิทัลคอมพิวเตอร์รองรับการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ การผลักดันกิจการก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ตลาดแข่งขันอย่างสมบูรณ์ และการผลักดันการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในตลาดที่แข่งขันอย่างสมบูรณ์ เป็นต้น
ครม. เห็นชอบปรับปรุงมาตรการภาษีหนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (การปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม) เพื่อขยายระยะเวลาและเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้สนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากร พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เอื้อต่อการเข้าถึงสิทธิประโยชน์มากยิ่งขึ้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจมีส่วนร่วมสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อันจะช่วยให้วิสาหกิจเพื่อสังคมมีศักยภาพในการดำเนินกิจการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และพัฒนาชุมชน รวมทั้งสร้างการจ้างงานแก่กลุ่มเปราะบางได้มากขึ้น
สาระสำคัญของมาตรการ ประกอบด้วย การขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมให้ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยสามารถนำไปหักลดหย่อนหรือหักรายจ่ายได้ 1 เท่า ผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป โดยไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด จากเดิมที่สิทธิครอบคลุมเฉพาะนิติบุคคลและสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2566
นอกจากนี้ ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม จากเดิมหักลดหย่อนหรือหักรายจ่ายได้ 1 เท่า เป็น 2 เท่า สำหรับรายการที่ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 รวมทั้งขยายการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการโอนทรัพย์สินหรือบริจาคทรัพย์สินให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป โดยไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด
ในส่วนของการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ร่างพระราชกฤษฎีกายังผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจดแจ้งความประสงค์เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยกำหนดระยะเวลาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม และลดปัญหาการพลาดสิทธิจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันวิสาหกิจเพื่อสังคมมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานและพัฒนาสังคม โดยมีการจ้างงานรวมกว่า 11,500 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการจ้างงานกลุ่มเปราะบางกว่า 6,600 คน การปรับปรุงมาตรการภาษีครั้งนี้จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการขยายกิจการและเพิ่มโอกาสการจ้างงานแก่ผู้ที่สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมในฐานะกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการแก้ไขปัญหาสังคม การปรับปรุงมาตรการภาษีครั้งนี้จะช่วยให้การสนับสนุนมีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น เสริมความเข้มแข็งให้วิสาหกิจเพื่อสังคม ขยายการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ” นางสาวลลิดา กล่าว
ครม.เห็นชอบให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นวันแม่แห่งชาติ โดยให้เป็นวันหยุดราชการต่อไป
อันเนื่องมาจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ยังความเศร้าสลดอย่างยิ่งใหญ่มาสู่พสกนิกรชาวไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อประเทศชาติและประชาชนเสมอมา ปวงชนชาวไทยทั้งปวงจึงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและตระหนักถึงวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงเห็นสมควรกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการประจำปี
ครม.เห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภทลาอุปสมบทบวชชีพรหมโพธิและปฏิบัติธรรม
นางสาวพลอยทะเล กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการอุปสมบทบวชชีพรหมโพธิและปฏิบัติธรรม อุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย - เนปาล ระหว่างวันที่ 7-19 สิงหาคม 2569 โดยไม่ถือเป็นวันลา
สำหรับกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐจากทุกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคคลทั่วไป (อายุ 20 -75 ปี) รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 คน ได้แก่ (1) สุภาพบุรุษ จำนวน 80 คน ได้เข้ารับการบรรพชา – อุปสมบท (2) สุภาพสตรี จำนวน 80 คน ได้เข้ารับการบวชชีพรหมโพธิ (3) สุภาพบุรุษ - สุภาพสตรี จำนวน 40 คน ได้เข้ารับการถือบวชปฏิบัติธรรม และ (4) จิตอาสาคณะดำเนินโครงการฯ จำนวน 20 คน
โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้ศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนตามหลักพระพุทธศาสนา รวมถึงแสดงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยการบำเพ็ญคุณความดี ปฏิบัติธรรรมถวายเป็นพระราชกุศล จึงเห็นควรส่งเสริมให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีความประสงค์จะอุปสมบทอุทิศถวายพระราชกุศล มีโอกาสเข้าร่วมอุปสมบทโดยทั่วกัน โดยให้ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมอุปสมบทเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ถือเป็นวันลาเสมือนเป็นการปฏิบัติราชการและได้รับเงินเดือนตามปกติ
ครม.อนุมัติเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันโรงพยาบาลห้วยยอด
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อไปว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการอาคารผู้ป่วยนอก - อุบัติเหตุ เป็นอาคาร คสล. 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,318 ตารางเมตร โรงพยาบาลห้วยยอด ตำบลเขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง 1 หลัง (งานส่วนที่เหลือ) จากวงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ จำนวน 157,022,250 บาท เป็นวงเงิน 159,241,426.60 บาท และอนุมัติขยายระยะเวลาก่อนนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการดังกล่าว จากปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2567 เป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2571 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ทั้งนี้ ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ
ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี
นางสาวพลอยทะเล กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. .... ด้วยสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 ของนายหรั่ง ธุระพล ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101 (2) ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) เสนอ
เนื่องด้วยตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 ว่างลง ซึ่งมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติว่า ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่าง เว้นแต่อายุของสภาผู้แทนราษฎรจะเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อย แปดสิบวัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ครม.ไฟเขียวแผนประมงไทย5ปีฟื้นทรัพยากรสัตว์น้ำ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง พ.ศ. 2566-2570 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการและพัฒนาการประมงของประเทศในระยะ 5 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านทรัพยากร เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และกติกาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมยกระดับการประมงไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาคการประมงไทยเป็นฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังเผชิญความท้าทายจากทรัพยากรสัตว์น้ำที่ลดลง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และมาตรฐานด้านการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายและแผนฉบับนี้เพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาการประมงไทยทั้งระบบ ตั้งแต่การอนุรักษ์ทรัพยากร การบริหารจัดการการทำประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไปจนถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องด้านการประมง
แผนดังกล่าวกำหนดแนวทางขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ 18 กลยุทธ์ ครอบคลุมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศ การบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน การยกระดับศักยภาพชาวประมงและผู้ประกอบการ การพัฒนามาตรฐานสินค้า การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าสินค้าประมง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมประมงไทยในตลาดโลก
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การเห็นชอบนโยบายและแผนบริหารจัดการการประมงครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวประมง เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมประมง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าประมงไทยในตลาดโลก เพื่อให้ภาคการประมงเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ครม. ไฟเขียวเพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง เร่งแก้น้ำท่วมหาดใหญ่
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ให้เพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับงานจ้างก่อสร้างคลองระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบ ความยาว 4 กิโลเมตร โครงการคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สาระสำคัญของมติครั้งนี้ คือ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณของโครงการ จาก 315 ล้านบาท เป็น 359.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.52 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2563–2568 เป็น พ.ศ. 2563–2570 เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ การเพิ่มกรอบวงเงินดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการดำเนินโครงการพบข้อจำกัดด้านสภาพพื้นที่และแนวเส้นทางก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างและเพิ่มเติมรายการงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง อาทิ การปรับแนวคลองระบายน้ำ การย้ายตำแหน่งประตูระบายน้ำ การปรับรูปแบบคลองในบางช่วง และการเพิ่มงานระบบระบายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้การก่อสร้างมีความเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ตำบลพะตงและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนเป็นประจำ ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดสงขลาในระยะยาว ตลอดจนสามารถพัฒนาพื้นที่โครงการให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของชุมชนได้ในอนาคต
