TECH & AI
'หัวเว่ย คลาวด์'เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI/CodeArts Agent OBTในทย
กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 – หัวเว่ย คลาวด์ จัดงาน Huawei Cloud Summit Thailand 2026 รวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ พันธมิตร และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย พร้อมประกาศเปิดให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน Agentic AI และเปิดตัว Huawei Cloud CodeArts Agent Open Beta Testing (OBT) อย่างเป็นทางการ

นายซันนี ชาง ประธาน หัวเว่ย คลาวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นายซันนี ชาง ประธาน หัวเว่ย คลาวด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรเพื่อสร้างอนาคตดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้กับประเทศไทย พร้อมกันนี้ ผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมแบ่งปันทิศทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านนโยบาย AI ระดับชาติ การประยุกต์ใช้ AI ในภาครัฐ และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ภายในงานยังมีการนำเสนอการประยุกต์ใช้ AI ในภาครัฐ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการประชาชน โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้นำเสนอกรณีศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์ม AI สำหรับภาครัฐ รวมถึง AI Chatbot และผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และยกระดับการให้บริการประชาชน

สร้างรากฐานสำหรับยุค Agentic AI
นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า หัวเว่ย คลาวด์ จะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการสร้างนวัตกรรม AI สำหรับองค์กร
หัวใจสำคัญของการประกาศครั้งนี้ คือ Agentic Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการพัฒนาและการนำ AI Agent ไปใช้งานจริง โดยรองรับการประมวลผลโทเค็นอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดสรรทรัพยากรการประมวลผลสำหรับทั้งงานทั่วไปและ AI แบบรวมศูนย์ การเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการทำงานของ AI Agent ที่มีความปลอดภัยและสามารถดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติ

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจคลาวด์ (CTO) หัวเว่ย ประเทศไทย
นายสุรศักดิ์ ได้เปิดตัว 4 เทคโนโลยีใหม่ ภายใต้ Agentic Infrastructure ได้แก่
- UnifiedBus-based AI Cluster Service (AICS) รองรับการประมวลผลโทเค็นด้วยประสิทธิภาพสูง
- Agentic Memory Storage Service (AMS) ระบบจัดเก็บหน่วยความจำระดับเพตะไบต์ (PB) ที่ช่วยแก้ไขข้อจำกัดด้านหน่วยความจำของ AI Agent รองรับการทำงานที่ต่อเนื่องในระยะยาวและการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง
- AgentSphere สภาพแวดล้อมสำหรับการทำงานของ AI Agent ที่มีความปลอดภัยและสามารถดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติ
- CCE VolcanoNext ระบบบริหารจัดสรรทรัพยากรการประมวลผลสำหรับทั้งงานทั่วไปและ AI แบบรวมศูนย์
เปิดตัว CodeArts Agent OBT ในประเทศไทย
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเปิดตัว Huawei Cloud CodeArts Agent Open Beta Testing (OBT) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดโอกาสให้นักพัฒนาและองค์กรไทยได้ทดลองใช้งาน AI Coding Agent ของหัวเว่ยคลาวด์ พร้อมร่วมให้ข้อเสนอแนะก่อนเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ
CodeArts Agent ผสานความสามารถของโปรแกรมพัฒนา (IDE) ระบบพัฒนาอัตโนมัติ และโมเดลสำหรับการเขียนโค้ดด้วย AI เข้าไว้ด้วยกัน รองรับการสร้างโค้ดในระดับโครงการ การเติมโค้ดอัตโนมัติ การตอบคำถามด้านองค์ความรู้สำหรับงานวิจัยและพัฒนา (R&D) และการสร้างชุดทดสอบ (Unit Test) โดยอัตโนมัติ
แพลตฟอร์มยังนำแนวคิด Specification-Driven Development (SDD) มาใช้ เพื่อช่วยให้ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถรักษาคุณภาพของโค้ดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดความต้องการของระบบไปจนถึงการส่งมอบงาน
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ Agent Team Mode ที่สามารถสร้างทีมพัฒนาเสมือนได้โดยอัตโนมัติ เปิดโอกาสให้ AI Agent หลายตัวทำงานร่วมกันและดำเนินงานหลายภารกิจได้พร้อมกัน
ด้วยการช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน CodeArts Agent ช่วยให้นักพัฒนาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้องค์กรสามารถนำผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การเปิดตัว CodeArts Agent OBT ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการสนับสนุนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของประเทศไทย และส่งเสริมให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI เข้าถึงองค์กรทุกขนาดได้มากยิ่งขึ้น
ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ AI ระดับองค์กร
นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความมั่นคงปลอดภัย ความเสถียร และคุณภาพของระบบ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในองค์กร ท่ามกลางภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการใช้ AI และระบบอัตโนมัติมากขึ้น หัวเว่ย คลาวด์ ได้ยกระดับบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยในสองด้าน ได้แก่ การปกป้องระบบ AI และการนำ AI มาเสริมประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
โซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยของ หัวเว่ย คลาวด์ ครอบคลุมตลอดวงจรการทำงานของ AI ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน AI ข้อมูลสำหรับฝึกสอนโมเดล การประมวลผลของโมเดล (Model Inference) ไปจนถึงแอปพลิเคชัน AI Agent
สำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty) และความเป็นส่วนตัว หัวเว่ย คลาวด์ ได้พัฒนา Dedicated Security Zone ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการกุญแจเข้ารหัสข้อมูลได้ด้วยตนเอง พร้อมป้องกันไม่ให้ผู้ดูแลระบบของแพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า นอกจากนี้ ยังใช้เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงการเร่งประสิทธิภาพด้วยฮาร์ดแวร์ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของการเข้ารหัสข้อมูลโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยี Data Capsule ที่ช่วยให้ข้อมูลสามารถใช้งานได้เฉพาะภายในสภาพแวดล้อมที่ได้รับอนุญาต และจะไม่สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อถูกย้ายออกนอกพื้นที่ที่กำหนด
นำเสนอกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ AI จากหลากหลายอุตสาหกรรม
ภายในงาน Huawei Cloud Summit Thailand 2026 ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ AI และคลาวด์ จากองค์กรชั้นนำในประเทศไทย ครอบคลุมการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI และผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับภาครัฐ การประยุกต์ใช้ AI Coding และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) ในภาคการเงินการธนาคาร ตลอดจนแพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะบุคลากรด้วย AI สำหรับภาคทรัพยากรบุคคล
หัวเว่ย คลาวด์ และพันธมิตร ยังได้ร่วมแบ่งปันแนวทางการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือ เพื่อช่วยแก้ไขความท้าทายของแต่ละอุตสาหกรรม และเร่งการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจ
ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง AIS และ หัวเว่ยคลาวด์ เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิตของประเทศไทย
