IN NEWS

อว.เปิดทางอาจารย์-นักวิจัยย้ายทำงาน ต่างหน่วยได้ไม่เสียสิทธิ์ก้าวหน้าไม่สะดุด



กรุงเทพฯ-รัฐบาลโดยกระทรวง อว. ออกประกาศเปิดทางอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดย้ายไปปฏิบัติงานข้ามหน่วยงานได้ โดยยังนับอายุงานต่อเนื่อง ไม่กระทบสิทธิประโยชน์ พร้อมหนุนการสร้างเครือข่ายและต่อยอดงานวิจัยของประเทศ

วันนี้ (25 กรกฎาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ออกประกาศกระทรวง เรื่อง แนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เพื่อเปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัด สามารถย้ายไปปฏิบัติงานหรือแลกเปลี่ยนการทำงานกับสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่นได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ประกาศดังกล่าวลงนามเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมุ่งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนากำลังคน และยกระดับศักยภาพด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ประกาศฉบับนี้ช่วยให้การย้ายไปปฏิบัติงานข้ามหน่วยงานทำได้คล่องตัวขึ้น ตอบโจทย์บุคลากรที่ต้องการไปช่วยงานหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานอื่น โดยยังถือเป็นการปฏิบัติงานเต็มเวลาของหน่วยงานต้นสังกัด สามารถนับอายุราชการหรืออายุงานได้อย่างต่อเนื่อง และไม่กระทบสิทธิประโยชน์หรือความก้าวหน้าในอาชีพ

นอกจากนี้ ยังสามารถนำผลงานที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานไปใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำปี รวมถึงการขอตำแหน่งทางวิชาการได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขณะที่ผู้ที่มีภาระผูกพันตามสัญญาทุน สามารถนำระยะเวลาที่ไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นมานับรวมเป็นระยะเวลาชดใช้ทุนได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงานต้นสังกัด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวยังส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญร่วมกัน เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ต่อยอดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และสร้างโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาศักยภาพจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“รัฐบาลมุ่งพัฒนาทุนมนุษย์และสร้างระบบที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกัน เพื่อให้บุคลากรได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เกิดองค์ความรู้ใหม่ และต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว