IN NEWS
ไฟเขียวทบทวน5เกณฑ์คน-รถไม่เข้าข่าย มท.ตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส878อำเภอ
กรุงเทพฯ-ครม.เห็นชอบปรับปรุงฐานข้อมูล “เกณฑ์คน – รถ” ทบทวนสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569คืนสิทธิ 4 กลุ่ม มท. ตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง
วันที่ (27 กรกฎาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ (1) รับทราบการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และ (2) เห็นชอบให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการปี 2569 ทุกราย เริ่มรับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมให้ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม (โครงการปี 2565) ได้รับสิทธิต่อเนื่องไปจนถึง 30 กันยายน 2569 จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อไม่ให้ประชาชนที่อยู่ระหว่างการทบทวนสิทธิได้รับผลกระทบ
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการทบทวนข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติในระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้ามายื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนก่อน ดังนี้
1) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ กรณีนักเรียน นักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมนักเรียนหรือนักศึกษาในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท หรือผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการเรียนรู้
2) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวม
2.1) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
2.2) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร
3) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของ TSD ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมบัญชีที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมากตามที่ TSD กำหนด
4) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของ ธปท. ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่าต่ำมากตามที่ ธปท. กำหนด
5) เกณฑ์รถ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกลูกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็ก รับจ้าง รถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวม
5.1) รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียน ครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูง หรือรถจักรยานยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
5.2) รถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูง หรือรถยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีพิจราณาแล้วเห็นว่า การตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และการใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ทั้งยังยกระดับฐานข้อมูลภาครัฐให้ได้รับการปรับปรุงและจัดเก็บอย่างถูกต้องยิ่งขึ้น ส่งผลให้การจัดสวัสดิการของภาครัฐเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง และมีความแม่นยำมากขึ้น รวมทั้งทำให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
“กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการฯ ปี 2569 (One Stop Service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ได้รับสิทธิที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และแก่ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ต้องการทบทวนสิทธิ รวมทั้งแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ ผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ทั้งการประชาสัมพันธ์การตรวจสอบสิทธิ โดย กระทรวงการคลังจะเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานตามภารกิจหน้าที่ต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติให้เลื่อนกำหนดการการอุทธรณ์กรณีผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิม 31 ก.ค.69 เป็นวันที่ 20 ก.ย.69 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ขอให้มีการขยายเวลาของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.69 โดยผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจะสามารถใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.69 และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกชุดใหม่ จะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ต.ค.69 นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติรับทราบเรื่องกฎเกณฑ์และหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในสังคมไทย และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากที่สุด ต้องขอบคุณกระทรวงการคลังที่นำปัญหาต่างๆ มาสังเคราะห์รวมกัน
รมช.คมนาคม กล่าวว่า หนึ่งในหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้พิจารณาให้คือ เกณฑ์เรื่องอายุรถ โดยเป็นหลักการว่า รถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี ที่มีมูลค่าไม่สูง แต่หากเป็นเก่า รถสะสม เช่น รถคลาสสิก หากใครมีครอบครองรถเหล่านี้ ทางกรมการขนส่งจะมีหน้าที่คัดออก ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุเกิน 15 ปี ไม่เกิน 300 ซีซี และไม่เข้าข่ายเป็นมอเตอร์ไซค์คลาสสิก ทางกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการถอนบัญชีให้กับท่าน โดยจะแจ้งไปที่กระทรวงการคลังให้ โดยไม่ต้องมาอุทธรณ์ ส่วนกรณีที่ต้องอุทธรณ์ เช่น รถไม่ได้ใช้และยังไม่ได้ไปแจ้งยกเลิกทะเบียน ตรงนี้ต้องอุทธรณ์ สามารถอุทธรณ์ได้ที่ขนส่ง หรือศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสก็ได้ ดีที่สุดคือ ไปที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส จะได้จบทีเดียว เพราะทางหลังบ้านได้มีการพูดคุยกันแล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกช่องทางที่ภาครัฐประกาศไปยังคงสามารถไปได้ตามความสะดวกของประชาชน ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบางพื้นที่อาจจะมีในเรื่องข้อจำกัด ต้องขออภัยด้วย แต่นับจากวันนี้ไปศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส จะอำนวยความสะดวกให้ และทางกระทรวงการคลังจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมให้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตามนโยบายของนายกฯ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพที่สุด กรณีของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องมีการทบทวนใหม่ ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า การทบทวนหลักเกณฑ์ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลมาก เพราะเราเข้าใจว่า ทุกครั้งที่มีการทบทวนคนที่ไม่ได้อาจจะไม่พอใจ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ เราได้ค้นพบคนอีก 2 ล้านกว่าคนที่เขาไม่เคยได้สิทธิ และเราได้เจอเขา ให้เขาได้กลับมาได้สิทธินี้ ดังนั้น นโยบายของนายกรัฐมนตรี คือ เมื่อเราบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาแล้ว สุดท้ายสิ่งที่ควรจะได้จะตกอยู่กับใคร จำนวนเท่าไหร่ไม่ใช่ประเด็นและไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลต้องดำเนินการให้เพียงพอ ให้ตรงกับผู้ที่สมควรจะได้รับสิทธิ
ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม. เห็นชอบขยายเวลาการขอทบทวนสิทธิไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่เปิดให้ทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 ก.ค.69 จะขยายเวลาเป็นวันที่ 31 ส.ค.69 และขยับระยะเวลาการยื่นเอกสารจากเดิมภายในวันที่ 16 ส.ค.69 เป็นวันที่ 20 ก.ย.69
นายลวรณ ยังกล่าวถึงเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ว่า เกณฑ์เดิมที่ใช้ในการคัดกรองยังอยู่ แต่เกณฑ์ย่อยที่ใช้ในแต่ละเรื่องมีการปรับให้เหมาะสมกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งคนที่ไม่ผ่านการลงทะเบียนในรอบนี้ 9.3 ล้านคน จะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ไม่ผ่านแน่ๆ 2.กลุ่มที่คิดว่า ผ่านแต่ข้อมูลไม่อัปเดตเป็นปัจจุบัน ที่จะมีการขอให้ทบทวนสิทธิ 3.กลุ่มที่พบการใช้นอมินี โดยนำชื่อของประชาชนไปใช้จดทะเบียนบริษัท การครอบครองทรัพย์สินที่ดินหรือยานพาหนะ หรือเกณฑ์ของนักศึกษา จึงต้องมีการคัดกรองอีกครั้ง
ยกตัวอย่างเกณฑ์ย่อยในการถือหุ้นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดว่า เมื่อก่อนจะมีการดูทั้งหมด แต่ในครั้งนี้ จะเว้นให้แค่รัฐวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน ส่วนการมีบัญชีหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่า มีวิถีการดำรงชีวิตที่สูงกว่าคนปกติ เข้าสู่ตลาดทุนได้ แต่วันนี้มีบัญชีหลักทรัพย์บางประเภทที่ไม่มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่เปิดมา โดยจะคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน เพราะบางครั้งมีโปรโมชันของบางบริษัทให้คนไปเปิดบัญชีเพื่อแลกกับของขวัญทำให้มีบัญชีเหล่านี้ค้างอยู่ ซึ่งแนะนำให้ประชาชนที่ถือบัญชีเหล่านี้อยู่ไปปิดบัญชี เพราะไม่ควรจะมีอะไรที่ค้างคาเอาไว้
นายลวรณ ยังกล่าวถึงกรณีนักเรียนนักศึกษาการศึกษานอกระบบว่า หากเป็นคนที่เรียนอยู่จริงๆ จะแยกรายชื่อออกมาให้ แต่ที่ไม่ได้เรียนจริง อาจจะต้องพิจารณาในแง่ของนอมินี ส่วนกรณีผู้ครอบครองรถยนต์ เกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์ เกิน 15 ปีนั้น มูลค่าไม่เหลือแล้ว และเราจะมีการคัดกรองให้ เราจะดูให้เองตามกระบวนการ แต่ขอให้ยื่นทบทวนสิทธิมา ย้ำว่า ให้กดทบทวนสิทธิ หากมีข้อมูลไม่ถูกต้องกับความเป็นจริง เพราะจะได้ปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และตัดปัญหานอมินีที่นำรายชื่อไปให้ อีกทั้งจะได้ดำเนินการกับนอมินีที่นำรายชื่อของท่านไปใช้ด้วย
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากพี่น้องประชาชนไปใช้บริการที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส หรือขอยื่นทบทวนสิทธิผ่านช่องทางต่างๆ ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งไปยังหน่วยงานต้นสังกัด และปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นกระทรวงการคลัง ที่เป็นหน่วยที่รับผิดชอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเช็กข้อมูลใหม่อีกครั้ง หากท่านได้สิทธิก็จะสามารถใช้สิทธิได้ในวันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป
“ประชาชนที่ติดปัญหา 4 เกณฑ์ คือการในการครอบครองหรือถือหุ้นบริษัท จะงดเว้นให้สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจชุมชน บัญชีหลักทรัพย์บางประเภท รัฐบาลจะคืนสิทธิ์ให้ สำหรับบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหว พร้อมแนะนำให้มีการปิดบัญชีภายหลัง ประชาชนที่เรียนการศึกษานอกระบบ หรือ สกร.รัฐบาลก็จะทบทวนให้กับผู้ที่เรียนจริง หรือที่ไม่ได้เรียนจริง หรือไม่ได้เรียนแล้วก็จะต้องถูกตีเป็นนอมินี การถือครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รัฐบาลจะคืนสิทธิให้” นายลวรณ ระบุ
ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนมีระยะเวลาที่เพียงพอในการขอทบทวนสิทธิ คณะกรรมการฯ ได้ขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 ส.ค.69 ผ่าน 4 ช่องทางหลักของโครงการ ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) และขยายเวลาในการแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 (เดิมวันที่ 16 สิงหาคม 2569)
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเพิ่มเติม กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ในการประชาสัมพันธ์การตรวจสอบสิทธิ และจัดตั้งศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ได้รับสิทธิที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC และผู้ที่ต้องการทบทวนสิทธิ รวมทั้งแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ อีกด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานแก่ประชาชนต่อไป
นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวดำเนินการของศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสว่า ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนายอำเภอทั้ง 878 อำเภอ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบวงกว้างให้ประชาชนได้ทราบ โดยกรมการปกครองจะแจ้งให้นายอำเภอจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ในระดับอำเภอเป็นศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสเพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น ธนาคารกรุงไทยและหน่วยที่ตรวจสอบสิทธิอื่นๆ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่เดินทางมาติดต่อราชการไม่สะดวก ทั้งในส่วนของผู้ที่ได้รับสิทธิต้องยืนยันตัวตน และกลุ่มผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ที่ประสงค์ยื่นขอทบทวนสิทธิ รวมทั้งได้แจ้งให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ได้รับทราบเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการของรัฐบาล
สำหรับกรณีของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก มีจำนวนกว่า 9,300,000 คน โดยมีผู้มายื่นขอทบทวนสิทธิจำนวน 3,855,165 คน ยังไม่ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกประมาณ 5,459,000 คน ซึ่งการตรวจสอบสิทธิในระดับอำเภอ ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสได้ประชาสัมพันธ์ให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านไปรับข้อมูลและนำมายื่นที่อำเภอ เพื่อตรวจสอบสิทธิได้ทันที ในเรื่องที่ได้ทำเอ็มโอยูไว้กับหน่วยงานคือ กรมสรรพากร หน่วยงานที่ดินสาขาในพื้นที่อำเภอ สำนักงานขนส่งสาขา รวมถึงกรณีมีบุตรหรือคู่สมรสไปในการหักลดหย่อนภาษี หรือเกณฑ์รายได้ค่าใช้จ่าย เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี สามารถตรวจสอบสิทธิจบได้ที่อำเภอ รวมถึงเกณฑ์เรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินบ้าน และในกรณีที่รถหายหรือรถเก่าก็สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่อำเภอเช่นกัน และรับเอกสารเพื่อไปยื่นให้กับหน่วยงาน
นายวินัย กล่าวอีกว่า หน่วยงานที่ต้องตรวจสอบสิทธิในระดับจังหวัดทางอำเภอจะรับเป็นภาระ โดยให้กำนันผู้ใหญ่บ้านไปรับข้อมูลมาหรือเจ้าตัวสามารถมายื่นข้อมูลได้เอง เช่น สำนักงานพระพุทธศาสนา เป็นต้น รวมถึงข้อมูลทางกรมราชทัณฑ์ สถานสงเคราะห์ของรัฐต่างๆ ในกรณีที่เป็นบุคคลอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ โดยได้มีการประชุมซักซ้อมกับหน่วยงานท้องถิ่น กรุงเทพมหานครกับเมืองพัทยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงกรณีของพาณิชย์จังหวัด กรณีบุคคลที่เป็นห้างหุ้นส่วนหรือกรรมการ ผู้เอาประกันชีวิตหรือประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยประกันแล้ว แต่ 12,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเกณฑ์เหล่านี้ กรมการปกครองได้มอบหมายให้ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส ในระดับอำเภอเป็นผู้รับข้อมูลนำส่งไปยังจังหวัด ซึ่งผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องไปยื่นเองในหน่วยงานดังกล่าว.
