POLITICS

ทส.ชูคุณภาพชีวิตด่านหน้า'รมว.สุชาติ'สั่ง ตั้งศูนย์ฟื้นฟูจนท.ฯใช้เทคโนฯลดเสี่ยง



ปราจีนบุรี - อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ – กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้ายกระดับสวัสดิการและสวัสดิภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ เนื่องในวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day) ประจำปี 2569 "สุชาติ ชมกลิ่น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เป็นประธานเปิดงาน ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" มุ่งลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยโดรนและนวัตกรรมใหม่ พร้อมสั่งตั้งศูนย์ฟื้นฟูดูแลเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและดูแลครอบครัวผู้เสียสละเต็มที่

เมื่อวันที่  31 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน   จากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก(ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นีนายก จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา)   นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงานเนื่องในโอกาสวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง นำโดยนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส., นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้, นางสาวดาวรุ่ง ใจจริง รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ผู้แทนจังหวัดนครนายก, ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ และผู้พิทักษ์ป่าจาก 3 หน่วยงานหลักเข้าร่วมกว่า 800 นาย

นายสุชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนป่า ทรัพยากรทางทะเล และแหล่งต้นน้ำทั่วประเทศรวม 22,450 นาย เป็นฟันเฟืองสำคัญในการรักษาระบบนิเวศ แต่การปฏิบัติภารกิจแฝงไว้ด้วยอันตรายถึงชีวิต โดยในช่วงปีงบประมาณ 2568-2569 มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ถึง 17 ราย ทส. จึงมอบนโยบายเร่งจัดตั้ง "ศูนย์ฟื้นฟูและพักฟื้นสำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า" โดยบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน เพื่อรองรับการดูแลรักษาพยาบาล เยียวยาผู้บาดเจ็บ ทุนการศึกษา และคุณภาพชีวิตครอบครัวผู้เสียสละ

"เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคนคือหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ การปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่เพียงรักษาผืนป่า แต่คือการรักษาระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และความมั่นคงของคนไทย ผมขอให้ความเชื่อมั่นว่า กระทรวงฯ จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมสนับสนุนสวัสดิการทุกด้าน" นายสุชาติกล่าวเน้นย้ำ

นอกเหนือจากสวัสดิการ ทส. ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ เข้ามาเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพื่อลดความเสี่ยงแก่กำลังพล ได้แก่

•    การใช้โดรนติดกล้องความละเอียดสูง และโดรนลำเลียงอุปกรณ์ดับไฟป่า
•    ระบบกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (NCAPS)
•    ระบบบริหารจัดการพื้นที่ป่า (IForMS) บูรณาการร่วมกับ GISTDA ติดตามพื้นที่ป่าผ่านดาวเทียม
•    ระบบฐานข้อมูลอาชญากรรมสัตว์ป่า (iBase) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

ทส. ตั้งเป้าหมายบูรณาการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาคมระหว่างประเทศ ยกระดับสวัสดิการและสวัสดิภาพของผู้พิทักษ์ป่าให้อยู่ในระดับสูงสุด อันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้การปกป้องผืนป่าไทยยั่งยืน

มานิตย์  สนับบุญ / ปราจีนบุรี