ECON & BIZ

'ภัทรพงศ์'ลงตรวจศูนย์ควบคุมTOC M81 รับฟังเสียงสะท้อนของปชช.กาญจนบุรี



กาญจนบุรี-“ภัทรพงศ์” ลุยตรวจศูนย์ควบคุมมอเตอร์เวย์ (TOC M81 - กาญจนบุรี)​ พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนพี่น้องประชาชน ย้ำทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ

วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามแผนงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และการบริหารจัดการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี (M81) พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย และบริเวณแยกท่าล้อ เพื่อกำหนดแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ทั้งในด้านการคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยในการเดินทางให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ โดยมีนายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 2 ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาญจนบุรี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทกาญจนบุรี และผู้นำชุมชน ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเดือดร้อนและเสียงสะท้อนจากประชาชน เพื่อนำข้อมูลมาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผลักดันการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในครั้งนี้ นอกจากติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังมีการเข้ารับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการเดินทาง โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัย เพื่อนำข้อมูลไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สำหรับการตรวจเยี่ยมอาคารศูนย์ควบคุมการจราจรบางใหญ่ (Traffic Operation Center: TOC) M81 ได้ติดตามการควบคุมและบริหารจัดการสภาพการจราจรตลอดแนวเส้นทาง โดยศูนย์ฯ มีระบบบริหารจัดการจราจรอัจฉริยะ (ATMS) ระบบตรวจจับอุบัติการณ์อัตโนมัติ (ATID) ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบตรวจจับความเร็วยานพาหนะ (ASE) ระบบป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ (VMS) และระบบโทรศัพท์ฉุกเฉิน (ETS) รวมถึงมีหน่วยกู้ภัยประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทาง โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 ศูนย์ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ใช้ทางไปแล้ว 544 ครั้ง และรับสายผ่าน Call Center 1,760 สาย สะท้อนถึงความพร้อมในการบริหารจัดการจราจรและดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง M81 อย่างต่อเนื่อง

จากนั้นได้ลงพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาโครงข่ายถนนให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างอย่างทั่วถึง และการลดจุดเสี่ยงการจราจร ซึ่งกรมทางหลวง (ทล.) ได้รายงานแผนการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายในพื้นที่ อาทิ โครงการขยายไหล่ทาง ทางหลวงหมายเลข 3209 สายท่ามะกา - กลอนโด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและรองรับปริมาณการจราจร รวมถึงโครงการปรับปรุงทางแยกเข้าอำเภอด่านมะขามเตี้ย โดยเพิ่มช่องจราจรทางตรงและช่องรอเลี้ยว พร้อมติดตั้งไฟสัญญาณจราจรและไฟฟ้าแสงสว่าง ตลอดจนโครงการยกระดับความปลอดภัยบริเวณทางแยกขนาดใหญ่บนทางหลวงหมายเลข 3209 ซึ่งเตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการในระยะต่อไป

ด้านกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รายงานแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยในปี 2571 มีแผนดำเนินโครงการด้านอำนวยความปลอดภัยและปรับปรุงโครงสร้างทางในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่าม่วง และอำเภอพนมทวน ครอบคลุมงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟสัญญาณจราจร การปรับปรุงจุดเสี่ยง และงานบำรุงรักษาถนน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของโครงข่ายทางหลวงชนบท รองรับการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าในอนาคต

จากนั้นได้ลงพื้นที่บริเวณแยกท่าล้อ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการจราจร โดย ทล. ได้รายงานความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทางแยกและติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณแยกท่าล้อ เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทาง จุดกลับรถ และการรับ - ส่งนักเรียน รวมถึงโครงการออกแบบทางแยกต่างระดับและสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณแยกท่าล้อ ระยะที่ 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและออกแบบ เพื่อเตรียมเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างในระยะต่อไป ทั้งนี้ นายภัทร​พงศ์ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพปัญหาและเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและผู้ใช้เส้นทาง

“กระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว โดยจะเร่งผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการเดินทาง เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเดินทางของประชาชนในอนาคต พร้อมกันนั้นจะได้นำปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสมต่อไป” นายภัทรพงศ์ กล่าว