THAILAND
คลองพนมจ่อเปิดเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ 'ถ้ำแก้ว'3กม.ดันท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
สุราษฎร์ธานี – เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายสันติ บุญรอด นายอำเภอพนม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติคลองพนม ณ ห้องประชุมขุนดง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติคลองพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นางสาวขนิษฐา พรรณบุตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองพนม พร้อมด้วยคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ ผู้แทนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานและกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองพนมในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การรับทราบข้อเสนอจาก บริษัท สุดขอบฟ้า จำกัด ที่แสดงความประสงค์ให้การสนับสนุนการพัฒนา เส้นทางเดินป่าถ้ำแก้ว ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ของอุทยานแห่งชาติคลองพนม โดยมุ่งพัฒนาเส้นทางให้มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเอื้อต่อการศึกษาธรรมชาติ ทั้งนี้ การดำเนินการจะอยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลของอุทยานแห่งชาติคลองพนม และต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ
ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติคลองพนม ซึ่งในช่วง 1 ตุลาคม 2567 ถึง 31 กรกฎาคม 2568 สามารถจัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวและบริการรวม 384,310 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสัมผัสธรรมชาติภายในอุทยานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรายงานผลการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การบริหารจัดการเส้นทางศึกษาธรรมชาติและเส้นทางเดินป่า การดำเนินโครงการห้องเรียนท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตลอดจนความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารห้องน้ำเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก

ในด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่ประชุมได้รับรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุ ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์จำนวน 4 ครั้ง โดยเป็นช้างป่า 2 พลาย ออกหากินในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรที่อยู่ติดแนวเขตอุทยาน จากการสำรวจพบว่าภายในอุทยานแห่งชาติคลองพนมมีช้างป่าอาศัยอยู่ประมาณ 10 ตัว ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อพื้นที่ทำกินและทรัพย์สิน จึงได้หารือมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนตามระเบียบของทางราชการ เพื่อให้คนและสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

อีกหนึ่งวาระสำคัญ คือ การติดตามการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติคลองพนม ซึ่งมีประชาชนยื่นคำขอตรวจสอบแล้ว 1,105 ราย และมีผู้ยื่นคำขอรับรองคุณคุณสมบัติเพิ่มเติม 27 ราย
โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานของผู้ยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดินและลดข้อขัดแย้งในพื้นที่
สำหรับอุทยานแห่งชาติคลองพนม มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 257,000 ไร่ หรือ 412 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีการลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ การลักลอบล่าสัตว์ป่า และการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ ช้างป่า สมเสร็จ ลิง ค่าง หมี หมูป่า รวมถึงสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าหายาก ตลอดจนพรรณไม้สำคัญ เช่น ดอกบัวสีพังงา ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายสันติ บุญรอด นายอำเภอพนม กล่าวว่า การพัฒนาอุทยานแห่งชาติคลองพนมจะต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหาช้างป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และการตรวจสอบสิทธิการถือครองที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผืนป่าคลองพนมยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีคุณภาพ สร้างประโยชน์ต่อประชาชน ชุมชน และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างยั่งยืน
สิทธิเณศ เห้งทับ สุราษฎร์ธานี
