ECON & BIZ

ไฮเออร์สมาร์ทโฮมนิวไฮ!ขึ้น12อันดับบน Fortune Global500ดันองค์กรโตปีที่9



กรุงเทพฯ-4 สิงหาคม 2569 – บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ท โฮม จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะ ตอกย้ำความแข็งแกร่งบนเวทีธุรกิจโลก หลังนิตยสาร Fortune ประกาศผลการจัดอันดับ Fortune Global 500 ประจำปี 2569 โดย ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม (Haier Smart Home) ขยับขึ้น 12 อันดับ สู่อันดับ 378 ของโลก นับเป็นการติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และเป็นการปรับอันดับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่บริษัทได้รับการจัดอันดับ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านสองกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การสร้างแบรนด์ระดับโลกควบคู่การดำเนินธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละตลาด (Global Brand, Local Leadership) และการบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้าสู่ทุกกระบวนการดำเนินงานขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก

สร้างความเป็นผู้นำระดับโลกด้วยแนวคิด “Global Brand, Local Leadership”

ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม มีพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ชั้นนำ ประกอบด้วย Haier, Casarte, Leader, GE Appliances, Fisher & Paykel, AQUA และ Candy โดยแต่ละแบรนด์มีความแข็งแกร่งในตลาดที่ดำเนินธุรกิจ พร้อมมีฐานการผลิต ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ

·ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ GE Appliances ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของสหรัฐอเมริกาต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมขยายส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง

·ในยุโรป ไฮเออร์ใช้แนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับแต่ละประเทศเป็นหลัก เพื่อให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด หนึ่งในตัวอย่างของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก คือ เครื่องซักผ้า X11 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทีมวิจัยและพัฒนาจากเมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และประเทศจีน โดยสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่ามาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานระดับ A สูงสุดของยุโรปถึง 70% และมียอดจำหน่ายแล้วกว่า 1 ล้านเครื่องในมากกว่า 20 ประเทศ

·สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไฮเออร์ครองตำแหน่งผู้นำตลาด บริษัทได้ลงทุนจัดตั้งฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิต รองรับการเติบโตของตลาด และเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

แนวทางดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ Global Brand, Local Leadership ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต และการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนใน   ทุกตลาดที่บริษัทดำเนินธุรกิจ

AI ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร

ภายในองค์กร ไฮเออร์ สมาร์ท โฮม นำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน ผ่านโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (Large Language Model) ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับองค์กร ควบคู่กับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกมิติ

·หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ ZhiXiaoNeng ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะ (AI Digital Worker) ที่ให้บริการแก่พนักงานมากกว่า 60,000 คนทั่วโลก และสามารถดำเนินกระบวนการทำงานได้อย่างอัตโนมัติในหลายขั้นตอน

·ในด้านวิศวกรรมการผลิต ZhiXiaoNeng สามารถวางแผนกระบวนการผลิตจากข้อมูลเดิมได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง พร้อมเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลขึ้น 20% ส่งผลให้วิศวกรสามารถมุ่งเน้นการตรวจสอบ วิเคราะห์ และพัฒนาคุณภาพงานได้มากยิ่งขึ้น

·การประยุกต์ใช้ AI ยังช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ลง 30% เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 20% และลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

ความสามารถดังกล่าวช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตั้งแต่การนำข้อมูลผู้บริโภคมาวิเคราะห์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับการให้บริการ ไปจนถึงการสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละสถานการณ์

ก้าวสู่ผู้นำ Smart Home ด้วย AI Ecosystem

ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม เดินหน้ายกระดับธุรกิจสมาร์ทโฮมด้วย AI Ecosystem โดยมี AI Agent เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงอุปกรณ์ บริการ และประสบการณ์การใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเรียนรู้และคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้งาน สร้างระบบการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์อัจฉริยะ (AI Scenario) และยกระดับการใช้ชีวิตผ่านระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผู้คน ยานยนต์ บ้าน และชุมชนอย่างไร้รอยต่อ

ปัจจุบัน ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนทั่วโลกกว่า 130 ล้านราย มียอดการใช้งาน Smart Scenario กว่า 86.1 พันล้านครั้งต่อปี และได้รับการรับรองจาก Euromonitor International ให้เป็นบริษัทที่มียอดจำหน่ายสมาร์ทโฮมอันดับ 1 ของโลก สะท้อนการยกระดับจากผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสู่การเป็นผู้นำธุรกิจสมาร์ทโฮมระดับโลก

การขยับขึ้นสู่อันดับ 378 ใน Fortune Global 500 ครั้งนี้ จึงเป็นผลลัพธ์ของการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดโลก ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร ซึ่งช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว