ECON & BIZ
คปภ.เดินหน้าชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย ในพื้นที่นครนายก-สุพรรณบุรีชี้จุดเสี่ยง
กรุงเทพฯ-สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าขยายผลกิจกรรม “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” สู่จังหวัดนครนายกและจังหวัดสุพรรณบุรี ภายใต้โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 ต่อเนื่องจากการดำเนินงานในจังหวัดปราจีนบุรีและ จังหวัดนครสวรรค์ โดยจัดเวทีให้หน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ ระบุจุดเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง และพฤติกรรมเสี่ยงจากการใช้ถนนจริง เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการลดอุบัติเหตุที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา จังหวัดนครนายก และวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้ นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลการดำเนินกิจกรรม “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” พร้อมมอบหมายให้ นายนิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง เป็นผู้แทนสำนักงาน คปภ. เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 พื้นที่ โดยจังหวัดนครนายกได้รับเกียรติจาก นายนิรุทธ์ สาธุวงษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และนายกองโท สมศักดิ์ แย้มพันธุ์นุ้ย นายอำเภอเมืองนครนายก เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่จังหวัดสุพรรณบุรีได้รับเกียรติจาก นายกองเอก เชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจประกันภัย ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. นำข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนและข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) มาใช้เป็นข้อมูลตั้งต้น ก่อนเปิดเวทีให้หน่วยงานในพื้นที่และคนในชุมชนร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหาจากประสบการณ์การใช้ถนนจริง ทั้งจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง ลักษณะการจราจร และพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อนำข้อมูลจากชุมชน มาเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติ และกำหนดแนวทางลดอุบัติเหตุที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
สำหรับจังหวัดนครนายก ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนปี 2568 พบผู้เสียชีวิต 85 คน และผู้บาดเจ็บ 926 คน โดยรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุถึง 73.2% ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 77.3% ไม่สวมหมวกนิรภัย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญของพื้นที่
จากการวิเคราะห์ร่วมกับคนในชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา พบว่าจุดเสี่ยงสำคัญอยู่ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3049 ได้แก่ บริเวณแยกทางเข้าแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะทางเข้าแก่งสามชั้น ปากทางวังยาว และแยกประชาเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่มีรถใช้ความเร็วสูง ไม่มีเกาะกลาง และมีทางแยกกับจุดกลับรถหลายแห่ง ประกอบกับมีรถนักท่องเที่ยว รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ใช้เส้นทางร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดและฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้ชุมชนระบุพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำและควรได้รับการแก้ไขเป็นลำดับแรก และจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับคนในชุมชน พบว่าพฤติกรรมเสี่ยงที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ได้แก่ การขับรถเร็ว การตัดหน้ากระชั้นชิด การขับย้อนศร การไม่เว้นระยะห่าง และการไม่สวมหมวกนิรภัย
ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลอุบัติเหตุของพื้นที่ ที่ประชุมจึงร่วมกันกำหนดประเด็นเร่งดำเนินการ ได้แก่ การลดความเร็วบริเวณทางแยกและทางเข้าชุมชน การปรับปรุงป้ายเตือนและจุดกลับรถ รวมทั้งการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์
ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนปี 2568 พบผู้เสียชีวิต 222 คน และผู้บาดเจ็บ 3,484 คน โดยรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุถึง 89.1% ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 86.1% ไม่สวมหมวกนิรภัย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญของพื้นที่เช่นกัน
จากการวิเคราะห์ร่วมกับคนในชุมชน พบว่าจุดเสี่ยงสำคัญกระจุกตัวอยู่บนทางหลวงหมายเลข 321 และถนนในเขตเมือง ได้แก่ บริเวณหน้าวัดป่าเลไลยก์ ถนนมาลัยแมน หน้าอุทยานมังกรสวรรค์–บิ๊กซี ถนนมาลัยแมน แยกเณรแก้ว ถนนหมื่นหาญ และ ถนนพระพันวษา ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น มีทางแยกและจุดกลับรถหลายแห่ง รวมทั้งเป็นเส้นทางที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ใช้ร่วมกัน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำในหลายจุด นอกจากนี้ คนในชุมชนยังสะท้อนว่าพฤติกรรมเสี่ยงที่พบเป็นประจำ ได้แก่ การขับรถเร็ว การตัดหน้ากระชั้นชิด การขับย้อนศร การไม่สวมหมวกนิรภัย และการไม่เว้นระยะห่าง โดยที่ประชุมร่วมกันเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการลดความเร็วบนถนนสายหลัก การปรับปรุงป้ายและเครื่องหมายจราจร การจัดระเบียบทางแยกและจุดกลับรถ รวมทั้งการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยและการเว้นระยะห่าง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่
นายนิรัตน์ ทรัพย์ทวีธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. กล่าวว่า การลงพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัด ทำให้สำนักงาน คปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนทั้งด้านจุดเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง และพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างข้อมูลอุบัติเหตุ ข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และข้อเท็จจริงจากคนในชุมชน ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้การกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น
นายกองเอก เชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การสร้างความปลอดภัยทางถนน ไม่สามารถอาศัยเพียงกฎหมายหรือป้ายจราจรเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและจิตสำนึกของผู้ใช้ถนนทุกคน หากทุกคนเคารพกติกาและปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ย่อมช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง แล้วขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้จังหวัดสุพรรณบุรีก้าวสู่การเป็นจังหวัดต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน
ด้านนายนิรุทธ์ สาธุวงษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก กล่าวว่า การเปิดเวทีให้ คนในชุมชนร่วมวิเคราะห์ข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการใช้ถนนจริง ทำให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพปัญหาและจุดเสี่ยงของพื้นที่ตรงกัน ซึ่งจะช่วยให้การกำหนดมาตรการแก้ไขมีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ข้อมูลจุดเสี่ยง ข้อเสนอจากชุมชน และผลการวิเคราะห์ที่ได้จากจังหวัดนครนายกและจังหวัดสุพรรณบุรี จะถูกรวบรวมร่วมกับข้อมูลจากพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการปรับปรุงจุดเสี่ยง วางมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนน และติดตามผลการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ต่อไป
