ECON & BIZ
เอสซีจีซิเมนต์เปิดตัว'SCULPTERRA' ในงานGrand Opening&Exclusive Showcase
กรุงเทพฯ – SCULPTERRA แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับงานภูมิทัศน์ภายใต้หน่วยงาน 3DP (3D Printing) ของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในงาน Grand Opening & Exclusive Showcase พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Olive de Casa ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นโอลีฟชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพาเทคโนโลยี Robotic 3D Concrete Printing เข้าสู่ตลาด Landscape Design, Landscape Furniture และ Premium Outdoor Living ผ่านผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เป็นมากกว่ากระถางต้นไม้ แต่เป็น “Sculptural Objects” ซึ่งช่วยเติมเอกลักษณ์ให้พื้นที่สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์อย่างร่วมสมัย
SCULPTERRA ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน 3D Concrete Printing ที่ทีม SCG ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการวิจัยและพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง สู่โลกของงานออกแบบและการใช้ชีวิต โดยหลอมรวม Technology, Craftsmanship และ Design ผ่านกระบวนการ Digital Fabrication ซึ่งควบคุมแขนกลให้ขึ้นรูปคอนกรีตทีละชั้นอย่างแม่นยำตามแบบดิจิทัล จุดเด่นสำคัญคือการผลิตโดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ จึงก้าวข้ามข้อจำกัดของวิธีหล่อแบบเดิม และเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์สร้างรูปทรงอิสระ พื้นผิว และรายละเอียดที่ทำได้ยากด้วยกระบวนการทั่วไป รวมถึงปรับขนาดและพัฒนางาน Custom Design สำหรับแต่ละโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีดังกล่าวยังรองรับการผลิตชิ้นงานขนาดใหญ่ด้วยความแม่นยำ ช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และผลิตตามความต้องการจริง จึงลดการใช้แม่พิมพ์ ลดวัสดุส่วนเกินและของเสียในกระบวนการผลิต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมีความแข็งแรง ทนแดดและทนฝน เหมาะสำหรับทั้งพื้นที่ Indoor และ Outdoor ออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนาน สามารถซ่อมแซมได้ในหลายกรณี และเมื่อสิ้นสุดการใช้งานยังสามารถนำคอนกรีตกลับไปบด เพื่อใช้เป็นวัสดุรีไซเคิลในงานก่อสร้างได้ สะท้อนแนวทาง Sustainable Manufacturing ที่คำนึงถึงประสิทธิภาพตลอดวงจรของผลิตภัณฑ์
งานเปิดตัวครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกัลยา วรุณโณ Vice President, Future Construction เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยผู้บริหารจาก SCULPTERRA และ Olive de Casa ตลอดจนสถาปนิก ภูมิสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ที่อยู่ในแวดวง Landscape Design และ Outdoor Living
คุณเฉลิมวุฒิ สงวนญาติ Concrete and Construction Technology Director ผู้แทนจาก SCULPTERRA และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี 3D Concrete Printing กล่าวว่า “การเปิดตัว SCULPTERRA คือการนำองค์ความรู้ที่ SCG พัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี มาต่อยอดจากเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้างสู่ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับงานออกแบบและการใช้ชีวิต การพิมพ์คอนกรีตด้วยแขนกลแบบทีละชั้นและไม่ใช้แม่พิมพ์ ช่วยให้เราสร้างรูปทรงอิสระ ควบคุมรายละเอียดได้แม่นยำ และปรับแบบให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น SCULPTERRA จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีมาผลิตกระถาง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดพื้นที่ใหม่ให้ Design และ Engineering ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ Made in Thailand ที่แข็งแรง ใช้งานได้จริง มีคุณค่าทางสุนทรียภาพ และพร้อมต่อยอดศักยภาพงานออกแบบไทยสู่ระดับสากล”
ความร่วมมือ SCULPTERRA × Olive de Casa เกิดจากวิสัยทัศน์ร่วมกันในการยกระดับ Landscapeและ Outdoor Living ผ่านการผสานนวัตกรรมการผลิตเข้ากับธรรมชาติ โดย Olive de Casa ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการ คัดสรรและนำเข้าต้นโอลีฟคุณภาพสูง การออกแบบพื้นที่สีเขียว และการให้คำปรึกษาด้านการจัดวางต้นไม้สำหรับบ้านพักอาศัย โรงแรม ร้านอาหาร และโครงการภูมิสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียม จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรในการเปิดตัวผู้จัดแสดง และตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ พร้อมนำความรู้ด้านต้นโอลีฟ การเลือกกระถาง และการจัดวางองค์ประกอบมาสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิก ภูมิสถาปนิก นักออกแบบ เจ้าของโครงการ และผู้ที่หลงใหลการแต่งพื้นที่
คุณณัฐธิดา อิงคะวัต Founder, Olive de Casa แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ต้นมะกอก (Olive Tree) ชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับ Olive de Casa ต้นโอลีฟไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ประดับ แต่เป็นองค์ประกอบที่มีชีวิต ซึ่งบอกเล่ารสนิยมและสร้างบรรยากาศให้พื้นที่ กระถางจึงมีบทบาทสำคัญไม่ต่างจากกรอบของงานศิลปะ เรามองเห็นคุณค่าร่วมกับ SCULPTERRA ในการนำธรรมชาติมาพบกับงานออกแบบที่มีนวัตกรรม พื้นผิวและรูปทรงที่สร้างขึ้นด้วย Robotic 3D Concrete Printing ช่วยส่งเสริมบุคลิกของต้นไม้ และทำให้การจัดวางกลายเป็นภาพรวมที่สมบูรณ์ ความร่วมมือครั้งนี้จึงช่วยให้ลูกค้าและนักออกแบบ ได้เห็นการใช้งานจริง พร้อมรับคำแนะนำในการเลือกต้นไม้ กระถาง และการจัดองค์ประกอบ ให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่อย่างลงตัว”
นอกจากนี้ ภายในงานยังมี คุณศิริวิทย์ ริ้วบำรุง Landscape Designer และเจ้าของสวน Little Tree ร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะผู้บุกเบิกการปลูกต้นโอลีฟในประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดแนวโน้มของการออกแบบสวน หลักในการเลือกกระถางให้เหมาะกับต้นไม้ และมุมมองต่อบทบาทของ SCULPTERRA ในการยกระดับงาน Landscape Design กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ นักออกแบบ และเจ้าของโครงการ ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตของพื้นที่กลางแจ้งที่ให้ความสำคัญทั้งกับความโดดเด่น ด้านดีไซน์ ความยั่งยืน และคุณภาพการใช้ชีวิต
SCULPTERRA มองว่าตลาด Landscape Design และ Outdoor Living ยังมีโอกาสเติบโตจากความต้องการของโรงแรม รีสอร์ต โครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม พื้นที่เชิงพาณิชย์ และโครงการสาธารณะ ซึ่งมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ รองรับการออกแบบเฉพาะพื้นที่ และมีแนวทางการผลิตที่คำนึงถึงทรัพยากร ในบริบทที่เทคโนโลยี Robotic 3D Concrete Printing สำหรับผลิตภัณฑ์ Landscape ระดับอุตสาหกรรมยังมีผู้ใช้งานในประเทศไทยไม่มาก SCULPTERRA จึงนับเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์สำหรับ Landscape และ Outdoor Living ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เริ่มจัดแสดงและใช้งานในพื้นที่ของ SCG HOME Experience และ Olive de Casa เพื่อให้เห็นศักยภาพในบริบทจริง ก่อนต่อยอดสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Sculptural Concrete Planters, Landscape Furniture, Outdoor Decorative Objects และ Custom Landscape Products สำหรับโครงการหลากหลายประเภทต่อไป ภายใต้วิสัยทัศน์การสร้างสรรค์พื้นที่ที่ดีขึ้น ผ่าน Digital Craftsmanship
สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ SCULPTERRA นำเสนอ DARA Collection คอลเลกชันกระถางคอนกรีตดีไซน์ที่ตีความบรรยากาศของท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็น Diamond Pattern ลวดลายเรขาคณิตที่สร้างมิติของแสงและเงาแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา จนเกิดบทสนทนาระหว่าง Nature และ Digital Fabrication ในชิ้นงานเดียว โดยจัดแสดงคู่กับต้นโอลีฟจาก Olive de Casa เพื่อถ่ายทอดแนวคิด “Beyond Ordinary” ผ่านการผสานนวัตกรรม งานออกแบบ และธรรมชาติ คอลเลกชันมีให้เลือก 4 ขนาด ตั้งแต่ S ถึง XL ขนาดตั้งแต่ 50× 66 × 30 เซนติเมตร ถึง 120 × 160 × 81 เซนติเมตร น้ำหนัก 20 – 342 กิโลกรัม รองรับพื้นที่อยู่อาศัย โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร คาเฟ่ พื้นที่เชิงพาณิชย์ และงานภูมิทัศน์หลากหลายรูปแบบ ราคาเริ่มต้นที่ 5,400 บาท พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 3,000 บาท โดยยังไม่รวมค่าจัดส่ง
